เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำเสนอหลักการและเหตุผลว่า ให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหน่วยรับงบประมาณบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 10,328 ล้านบาท
โดยมีความจำเป็นเพื่อให้รัฐบาลนำไปแก้ปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคม จากปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ ทั้งนี้ การโอนงบประมาณดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ เพื่อให้เป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 และเพื่อเป็นเครื่องมือบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
“ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ สอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ และทำให้การบริหารงบประมาณปี 2569 มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และสามารถแก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ งบรายการที่นำมาจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ มาจากงบรายจ่ายประจำทุกรายการที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย ไม่มีข้อผูกพัน หรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิ.ย. อาทิ งบสัมมนา งบฝึกอบรม งานประชาสัมพันธ์ งบเดินทางราชการต่างประเทศ และงบรายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย เช่น รายการปีเดียว รายการผูกพันงบประมาณที่ไม่สามารถประกวดราคาหรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิ.ย. หรือรายการที่พิจารณาแล้วหมดความจำเป็น ต้องการยกเลิก หรือชะลอได้ โดยไม่เกิดความเสียหายกับทางราชการ หรือเบิกจ่ายไม่ทันปี 2569” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า รัฐบาลคำนึงถึงการบริหารงบรายจ่ายช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่จำเป็น ให้การบริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม รวมถึงสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ และรายจ่ายตามข้อผูกพันที่สามารถดำเนินการได้ต่อไป บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ งบประมาณที่จัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ จำนวน 10,328 ล้านบาท แบ่งเป็น งบรายจ่ายทั่วไป จำนวน 9,039 ล้านบาท และงบบูรณาการ จำนวน 1,288 ล้านบาท
“เมื่อร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณสามารถขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อนำไปทำภารกิจที่เร่งด่วน ฉุกเฉิน หรือจำเป็นได้ตามระเบียบการบริหารงบกลางเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รัฐบาลหวังว่า สส. จะสนับสนุนและรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ในเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน ด้วยความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติ” นายอนุทิน กล่าว



