เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค. นี้ จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากงบรายจ่ายปี 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน 789,171 ล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,520 ล้านบาท เมื่อจำแนกตามกลุ่มงบประมาณพบว่า เป็นรายจ่ายของงบกลางมากที่สุด 693,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 จำนวน 5.99 หมื่นล้านบาท มีการจัดสรรไว้ทั้งหมด 13 รายการ รายการที่ได้รับวงเงินมากสุดคือ เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ 3.89 แสนล้านบาท รองมาคือ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 1 แสนล้าน นอกจากนี้ยังมีรายการค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงาน 12,000 ล้านบาท ขณะที่หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณรองมาจากงบกลางคือ กระทรวงการคลัง 440,871 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 359,576 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 288,280 ล้านบาท
ขณะที่ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มี 6 ด้านประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 407,165 ล้านบาท 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 348,427 ล้านบาท ที่มีรายละเอียดแผนงานส่งเสริมและสนับสนุน AI 2 แผนงาน ได้แก่ แผนงานส่งเสริมการวิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง 4,600 ล้านบาท กับแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล 1,560 ล้านบาท 3.ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 611,194 ล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 960,916 ล้านบาท 5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 137,507 ล้านบาท 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 676,320 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างพ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2570 ได้สรุปภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่า จะขยายตัวร้อยละ 1.5-2.5 มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน และแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 รวมถึงการขยายตัวด้านการส่งออกที่อยู่ในเกณฑ์สูง อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง การชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก รวมถึงภาระหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัว ร้อยละ 1.7-2.7 ตามการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และงบประมาณภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวง การคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติพลังงาน อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากการยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนการดำเนินมาตรการกีดกันการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก.



