เมื่อวันที่  25 มิ.ย.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานผลการทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งปีนี้มีการปรับปรุงและเปิดดำเนินการในรูปแบบใหม่ โดยมีผู้สอบผ่านคิดเป็นร้อยละ 34 ของผู้เข้าสอบทั้งหมด ซึ่งตนได้กำชับให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการทดสอบและการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นไปด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต และยุติธรรม พร้อมเน้นย้ำว่าห้ามมิให้มีการเรียกรับหรือรับผลประโยชน์ใด ๆ อย่างเด็ดขาด  นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาประเด็นการเทียบคุณวุฒิและการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ยื่นคำขอจำนวน 172 ราย โดยที่ผ่านมาโรงเรียนนานาชาติและองค์กรด้านการศึกษาจากต่างประเทศได้หารือกับคุรุสภา เพื่อขอให้ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

“ผมได้มอบหมายให้คุรุสภาศึกษาแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตจากต่างประเทศ โดยต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและยังคงมีกลไกกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพอย่างรัดกุม ทั้งนี้เบื้องต้นอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จำนวน 38 ประเทศ เพื่อให้กระบวนการเทียบคุณวุฒิและรับรองมาตรฐานเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น” รมว.ศธ.กล่าวและว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการประเมินผลการปฎิบัติงานของเลขาธิการคุรุสภา ที่ขณะนี้ครบวาระในการดำรงตำแหน่งแล้ว โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีคณะกรรมการประเมินผลการปฎิบัติงานเลขาธิการคุรุสภา และการตั้งคณะอนุกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการคุรุสภาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาต่อสัญญาจ้างโดยอัตโนมัติ โดยประเด็นนี้ตนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกแนวทางไหน

ประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีการลาออกของเลขาธิการสกสค.นั้นตนได้รับทราบหนังสือลาออกแล้ว โดยผู้ยื่นหนังสือระบุให้มีผลในวันที่ 21 ก.ย. 2569 อย่างไรก็ตาม จะต้องตรวจสอบรายละเอียดตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง รวมถึงหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสกสค.ถึงแนวทางการดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่าน และพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานด้านการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป