เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ถึงกรณีขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม โดยยืนยันว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ใช่ผู้จัดสอบ และไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นผู้ทุจริต
รศ.ดร.วิระศักดิ์ กล่าวว่า กระบวนการสอบแข่งขันทั้งหมดเป็นหน้าที่ของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่ได้รับคัดเลือกให้ดำเนินการ ตั้งแต่การออกข้อสอบ การจัดสอบ การตรวจข้อสอบ การขึ้นบัญชีผู้สอบผ่าน จนถึงการส่งรายชื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นบรรจุเข้ารับราชการ ขณะที่ อบต. เทศบาล และ อบจ. มีหน้าที่เพียงรับผู้ที่ขึ้นบัญชีมาบรรจุเท่านั้น จึงไม่ควรเหมารวมว่าท้องถิ่นเป็นผู้กระทำผิด
พร้อมกันนี้ มองว่าการที่มีผู้ยอมจ่ายเงินหลักแสนเพื่อหวังเข้ารับราชการ ทั้งที่เงินเดือนเริ่มต้นเพียงประมาณ 15,000 บาท สะท้อนค่านิยมของสังคมไทยที่ยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงในอาชีพราชการ ทั้งสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จบำนาญ
นายกสมาคม อบต. ระบุว่า จากพยานหลักฐานที่ปรากฏ เชื่อว่าการทุจริตครั้งนี้ไม่ใช่การกระทำเฉพาะกิจ แต่เป็นขบวนการที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีหลายรูปแบบ จึงต้องขยายผลไปถึงผู้บงการและผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง ไม่ใช่ดำเนินคดีเฉพาะผู้ปฏิบัติการ
นอกจากนี้ ยังมองว่ากระแสข่าวที่รุนแรงในขณะนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการมีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยจังหวะการสอบ อ้างว่าสามารถวิ่งเต้นหรือฝากเข้ารับราชการได้ ก่อนหลอกเรียกรับเงินจากผู้สมัครจำนวนมาก
รศ.ดร.วิระศักดิ์ ยังเสนอให้รัฐบาล กระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลกลับสู่ท้องถิ่น เหมือนในอดีต โดยให้แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในการดำเนินการสอบแข่งขันและคัดเลือกบุคลากรเอง หลังจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 ได้โอนอำนาจทั้งหมดมาไว้ที่ส่วนกลาง คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นที่มาของระบบการสอบในปัจจุบัน
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การคัดเลือกมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบครั้งล่าสุดมีความผิดปกติ เนื่องจากเดิมมหาวิทยาลัยบูรพาได้รับมอบหมาย แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงจนเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้ามาดำเนินการ และท้ายที่สุดกลับเกิดปัญหาการทุจริตขึ้น จึงเห็นว่าทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบ ต้องร่วมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายกสมาคม อบต. ยังเรียกร้องให้แยกผู้กระทำผิดออกจากผู้สอบผ่านโดยสุจริต เพราะมีผู้สมัครจำนวนมากที่อ่านหนังสือ เตรียมตัวสอบ และสอบได้ด้วยความสามารถจริง บางคนถึงขั้นลาออกจากงานภาคเอกชนเพื่อรอเข้ารับราชการ หากมีการยกเลิกผลสอบทั้งหมด จะถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้บริสุทธิ์
“หากสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายเฉพาะผู้กระทำผิด ส่วนผู้ที่สอบได้โดยสุจริตควรได้รับการคุ้มครองสิทธิ อาจบรรจุเข้ารับราชการไปก่อน แล้วดำเนินการสอบสวนควบคู่กัน หากภายหลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจึงดำเนินการตามกฎหมาย แต่การสั่งระงับทุกอย่างทั้งหมด ไม่ใช่แนวทางที่เป็นธรรมต่อผู้บริสุทธิ์” รศ.ดร.วิระศักดิ์ กล่าว



