นายสัตวแพทย์อลงกรณ์ มหรรณพ สัตวแพทย์ไทยผู้บุกเบิกเรื่องช้างไทย และกรรมการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย กล่าวถึง น้ำนมเหลือง หรือ Colostrum ต้องกินจากแม่ช้าง ซึ่งน้ำนมเหลืองออกมาจากเต้านมของแม่ช้างในระยะเวลา 7-10 วันหลังจากคลอด ในน้ำนมตัวนี้จะมีภูมิต้านทานโดยธรรมชาติให้ตัวลูกช้าง เพื่อต่อต้านเชื้อโรคที่จะทำให้เกิดอาการโรคต่างๆ ได้ หลังจาก 10 วันไปแล้ว ถึงจะเป็นน้ำนมธรรมดาที่ออกมา ช้างก็เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ลูกช้างจะต้องกินนมแม่ไปตลอด อย่างในช้างป่าจะกินนมแม่ไปประมาณ 3-5 ปี และน้อยลงตามกาลเวลา จากนั้นลูกช้างจะกินอุจจาระของแม่ช้าง เพราะว่ามีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ทำให้ระบบทางเดินอาหารของลูกช้างแข็งแรง พอถึงอายุ 5-7 ปี ช้างตัวผู้ก็จะแยกออกจากโขลง ส่วนลูกช้างตัวเมียก็อาจจะอยู่กับโขลงต่อ

หากลูกช้างไม่ได้รับน้ำนมเหลืองจากแม่ช้าง ก็มีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง เพราะไม่มีภูมิต้านทานเชื้อโรคที่อาจจะมาจากดิน น้ำ อาหารของมนุษย์ สิ่งใดที่ผิดปกติไปจากน้ำนมแม่ของช้าง ก็อาจจะทำให้ลูกช้างมีปัญหาทางสุขภาพได้หมด โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร อย่างการท้องเสีย ทำให้เกิดอาการขาดน้ำและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ปกติในลูกช้างที่ตนเคยเลี้ยงมาเนื่องจากแม่ไม่เลี้ยงดูแล้ว ให้มนุษย์นำมาเลี้ยงต่อ จะใช้นมผงสำหรับเด็กทารกบางยี่ห้อได้ แต่อุปกรณ์หลายสิ่งหลายอย่างที่ใช้ จะต้องปลอดเชื้อสะอาด 100% หลังใช้ก่อนใช้ต้องมีการต้มน้ำ น้ำที่ให้ช้างเป็นน้ำต้มสุก การจะเลี้ยงลูกช้างให้โตขึ้นมาจากมือมนุษย์เป็นเรื่องที่ยากมาก
‘สวนนงนุช’ ส่งน้ำนมเหลืองจากแม่ช้าง ช่วยชีวิต ‘พังข้าวต้ม’ ลูกช้างป่าพลัดหลง
อย่างไรก็ตาม ตามปกติแล้วลูกช้างที่เกิดในป่า หากยังไม่สามารถลุกขึ้นเองได้ในเวลา 5-10 ชั่วโมง หลังคลอดตามธรรมชาติ จะถือว่าเป็นตัวที่อ่อนแอบกพร่อง ทางโขลงช้างจะทิ้งลูกช้างไว้ และถูกสัตว์กินเนื้อในป่าล่าเป็นอาหาร เป็นวัฏจักรของธรรมชาติอยู่แล้ว
ตามความเห็นของตนนั้น ที่สังเกต “พังข้าวต้ม” ลูกช้างป่าตัวดังกล่าว มีลักษณะผิดปกติขาหลังซ้ายงอ น่าจะมีปัญหาเกิดจากการผสมพันธุ์ในสายเลือดที่ใกล้ชิดจนเกิดอาการยีนด้อย ทำให้ยืนไม่ได้ และช้างที่ยืนไม่ได้ก็มักจะมีอายุที่ไม่ยืนยาว การป้องกันการแก้ปัญหาต้องมีการแยกช้างเพศผู้สลับกับเขตอุทยานแห่งชาติที่อื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผสมในสายเลือดใกล้ชิด และมีลูกช้างที่ไม่แข็งแรงเกิดขึ้นอีก.



