สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ว่า หลังจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งนาน 2 ปี อันเป็นผลจากการใช้จ่ายไปกับกองทัพที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เศรษฐกิจของรัสเซียในขณะนี้กำลังชะลอตัว สร้างแรงกดดันต่อรายได้จากภาษี และทางการต้องหาทางเข้าถึงเงินของประชาชนและภาคธุรกิจ เพื่ออุดช่องว่างงบประมาณ

เนื่องจากการขาดดุลงบประมาณในปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.61 ล้านล้านบาท) กระทรวงการคลังรัสเซียจึงเสนอให้ปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 20% เป็น 22% ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

แม้ทางกระทรวงระบุว่า การขึ้นภาษีเป็นการดำเนินการที่จำเป็น โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาเงินทุนด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงเป็นหลัก แต่ข้อเสนอดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับทั้งในแง่บวกและแง่ลบ

อนึ่ง การใช้จ่ายของรัฐบาลรัสเซียเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 ใน 3 นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครน โดยการใช้จ่ายด้านการทหารคิดเป็นเกือบ 9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ตามข้อมูลจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นับตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น

การเพิ่มการใช้จ่ายช่วยให้รัฐบาลมอสโกหลีกเลี่ยงการคาดการณ์ที่ว่า การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกจะทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียล่มสลาย แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศพุ่งสูงขึ้น.

เครดิตภาพ : AFP