เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีการลดการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนอยู่ในอัตรา 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มวลน้ำที่ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา ลดปริมาณลง หลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ส่วนสถานการณ์ลุ่มแม่น้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ระบายน้ำในอัตรา 600.54 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำในอัตรา 565.14 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 10-15 ซม. ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทางสำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำป่าสัก ระบุว่า ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลดลง ทำให้จากเดิมที่จะมีการระบายน้ำถึงอัตรา 650ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะคงการระบายน้ำไม่เกินในอัตรา 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ท้ายเขื่อนใน จ.สระบุรี พระนครศรีอยุธยา

ที่ชุมชนในตำบลบ้านเกาะ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำน้อย ปริมาณน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมในชุมชนระดับน้ำสูงประมาณ 1-1.50 เมตร ยังคงสร้างความเดือดร้อน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านเพื่อไปทำงานไปซื้ออาหารต้องใช้เรือ

นางละมัย หวังทริพย์ อายุ 86 ปี ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังภายในบ้านที่ถูกน้ำท่วมทุกปี กล่าวว่า ปีนี้น้ำก็มาเช่นเดิมจนท่วมสูงถึงเอว ทำให้การใช้ชีวิตยากลำบาก ทุกครั้งที่ต้องออกไปไหนจำเป็นต้องใช้เรือพายเข้าออก แต่ก็ไม่สะดวกเพราะร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ประกอบกับดวงตาที่มองเห็นไม่ชัด พายเรือออกไปไหนมาไหนก็มีความเสี่ยง

ส่วนชาวบ้านบางรายต้องขาดรายได้ เนื่องจากบ้านที่เปิดเป็นร้านเสริมสวย ถูกน้ำท่วมครึ่งค่อนบ้าน เจ้าของร้านจำเป็นต้องย้ายขึ้นไปเปิดบริการบนชั้นสองชั่วคราว แม้ไม่สะดวก แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว

ที่ชุมชนหมู่ 3 ต.ลุมพลี อ.พระนครศรีอยุธยา เป็นชุมชมพื้นที่ต่ำอยู่ติดกับคลองขวดที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าภายในชุมชน น้ำท่วมสูงราว 1 เมตร นายเฟซอล พลีบัตร นายก อบต.ลุมพลี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ช่างเร่งสร้างสะพานไม้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านเข้า-ออกชุมชน ขณะเดียวกันในหลายจุดประชาชนยังคงใช้เรือสัญจร โดยพื้นที่ในเขต อบต.ลุมพลี มีครัวเรือนประสบภัยกว่า 200 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ถนนสายหลักที่ผ่าน อบต.ลุมพลี ยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ

นางนอม เปรมปราโมทย์ อายุ 70 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 เปิดเผยว่า เดิมทีเปิดร้านขายอาหารตามสั่งใต้ถุนบ้าน แต่เมื่อถูกน้ำท่วมจึงต้องหยุดขายมานานเกือบ 1 สัปดาห์ ส่งผลให้ไม่มีรายได้ หลังจากทราบข่าวว่าเขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำก็รู้สึกโล่งใจ เพราะน้ำภายในบ้านเริ่มลดลงชัดเจน

“ตอนนี้น้ำเริ่มลดลงใต้ถุนบ้านแล้ว แต่ก็ยังกลัวว่าจะขึ้นมาอีกเพราะลำบากมาก วันนี้ อบต. มาทำสะพานไม้ให้ ถือว่าดีมาก ทำให้ชาวบ้านสามารถเดินไปทำธุระหรือออกนอกพื้นที่ได้สะดวกขึ้น” นางนอม กล่าว