ในช่วงหลายวันมานี้ได้มีประเด็นให้พูดถึง เครดิตเรตติ้งของประเทศไทย ที่ล่าสุดถูก ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดมุมมองแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือลงจากระดับมีเสถียรภาพ สู่เชิงลบ โดยให้เหตุผลว่า ไทยมีความเสี่ยงทางด้านการคลัง, ความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง และเศรษฐกิจไทยเติบโตชะลอลง

อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Sovereign Credit Rating) หรือ เครดิตเรตติ้ง คือ การประเมินความสามารถของประเทศในการชำระหนี้ โดยสถาบันจัดอันดับเครดิตระหว่างประเทศ เช่น S&P, Moody’s และ Fitch ซึ่งผลการจัดอันดับจะสะท้อนความน่าเชื่อถือในการกู้ยืม ทำให้ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของทั้งภาครัฐและเอกชน และส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ความสำคัญของอันดับเครดิตเรตติ้งของประเทศ

  • ต้นทุนการกู้ยืม : อันดับเครดิตที่ดีจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมต่ำลง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและเอกชนในการระดมทุน
  • การลงทุน : เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้พิจารณาในการตัดสินใจลงทุนในประเทศนั้นๆ
  • การเติบโตทางเศรษฐกิจ : อันดับที่ดีจะช่วยส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน ซึ่งนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ “เครดิตเรตติ้ง”

  • S&P Global Ratings : สถาบันจัดอันดับระดับโลกที่ประเมินความน่าเชื่อถือของประเทศต่างๆ จากประเทศสหรัฐอเมริกา
  • Moody’s : อีกหนึ่งสถาบันจัดอันดับที่สำคัญในระดับสากล จากประเทศสหรัฐอเมริกา
  • Fitch Ratings : สถาบันจัดอันดับที่มีบทบาทในการประเมินความน่าเชื่อถือของประเทศเช่นกัน จากประเทศสหรัฐอเมริกา

มุมมองแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือปี 2568

  • S&P Global Ratings คงมุมมองระดับมีเสถียรภาพ “Stable” (ณ 2 มิ.ย. 68)
  • Moody’s ปรับลดจากมีเสถียรภาพ “Stable” เป็น เชิงลบ “Negative” (ณ 29 เม.ย. 68)
  • Fitch Ratings ปรับลดจากมีเสถียรภาพ “Stable” เป็น เชิงลบ “Negative” (ณ 24 ก.ย. 68)