เมื่อวันที่ 26 ก.ย.68 ที่หอประชุมสมเด็จย่า C4 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) จังหวัดเชียงรายงาน ได้จัดเสวนาวิชาการ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้แนวคิด “50 ปี ไทย-จีน: รากฐานความร่วมมือทางการศึกษาแห่งมิตรภาพ สู่ประชาคมแห่งอนาคตร่วมที่ยั่งยืน” โดยผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี มฟล. กล่าวว่า ตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมาไทยและจีนได้ร่วมกันสานสายใยแห่งมิตรภาพอย่างแน่นแฟ้น บนรากฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความเข้าใจทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและมีพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับมฟล. ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ชายแดนและมีความเชื่อมโยงทางกายภาพใกล้ชิดที่สุดกับจีน เราให้ความสำคัญอย่างมากในการแสดงบทบาทเป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ไทย–จีนผ่านมิติการศึกษา และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง “ประชาชนกับประชาชน” เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนบนความเปลี่ยนแปลงของโลกที่พลิกผันในด้านต่าง ๆ จึงได้จัดการเสวนาวิชาการนี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์จากภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจและเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันสำหรับนักศึกษา นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้มีบทบาทในความร่วมมือไทย–จีนรุ่นใหม่ อันจะนำไปสู่การต่อยอดความร่วมมือในระดับท้องถิ่นและระดับชาติอย่างยั่งยืน
สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล กล่าวสัมโมทนียกถาหัวข้อ “บทบาทของสถาบันขงจื่อกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-จีน” ว่า ความสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน สื่อถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง 2 ประเทศทางด้านภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งเชื่อมโยงกันได้อย่างกลมกลืน ทั้งนี้ความสัมพันธ์ไทย-จีนนั้น นอกจากความสัมพันธ์ทางการทูตแล้ว มีความสัมพันธ์ด้านภาษา และวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยมีสถาบันขงจื่อ และห้องเรียนขงจื่อ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของมูลนิธิการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ ขับเคลื่อน และดำเนินการเพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างประเทศ ที่มีความสำคัญ และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในต่างประเทศ โดยได้กระจายตัวไปถึง 1,722 แห่ง ใน 162 ประเทศ มีกิจกรรมสำคัญคือ การจัดโครงการส่งเสริมภาษา และวัฒนธรรมจีนในระดับนานาชาติ เพื่อเผยแพร่ภาษา และวัฒนธรรมจีน สนับสนุนการเรียน และการสอนภาษาจีนทั่วโลก การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในจีนกับมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนในต่างประเทศ โดยมีศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ เป็นหน่วยสนับสนุนที่เข้มแข็ง
ด้านศ.(พิเศษ)ดร.วันชัย ศิริชนะ นายกสภา มฟล.กล่าวว่า มฟล.ถือเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ก้าวสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับประเทศจีนในเรื่องของภาษาและวัฒนธรรม หลังจากที่มฟล.ตื่นตัวสอนภาษาจีนเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วปรากฏว่าความนิยมในการเรียนภาษาจีนเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ขณะที่การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยถือว่ามฟล.เป็นแห่งแรกและเป็นแห่งที่ใหญ่ที่สุด จึงทำให้มฟล.มีชื่อเสียงในเรื่องของการเรียนการสอนภาษาจีน ทั้งนี้มฟล.มีเป้าหมายจะเป็นศูนย์การสอนภาษาจีนให้กับคนประเทศเพื่อนบ้านด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมฟล.และม.เซียะเมิน ดังนั้นมฟล.จึงเป็นแหล่งผลิตนักศึกษาจีนให้กับประเทศไทยที่สำคัญแห่งหนึ่งในประเทศไทย อย่างไรก็ตามการศึกษาเพื่อจะให้รู้จักจีนไม่ใช่รู้จักเฉพาะภาษาแต่ต้องเข้าใจวัฒนธรรมเข้าใจนโยบายทางการเมือง การปกครองเข้าใจทิศทางการพัฒนาของจีนด้วย วันนี้จีนเติบโตทางเทคโนโลยีสู่การพัฒนาทุกด้านอย่างมั่นคง สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อความสัมพันธ์และความเข้าใจที่ดีระหว่างกันของประเทศต่างๆในโลกนั้นก็คือกุญแจที่นำมาสู่สันติภาพ และการจะสร้างความเข้าใจที่ดีได้ ก็ต้องเรียนรู้ภาษา และวัฒนธรรมซึ่งกันและกันสิ่งเหล่านี้จะทำได้ก็ต้องผ่านสถาบันการศึกษา ที่จะเป็นตัวกลางในการที่จะทำให้ความเข้าใจต่างๆเหล่านี้ถ่ายทอดออกไปได้อย่างมั่นคง ที่สามารถบ่มเพาะได้ตั้งแต่ประถมถึงมหาวิทยาลัย
ในวันเดียวกันช่วงเย็นทางมฟล. ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน จัดงานมหกรรมดนตรีสานสัมพันธ์ไทย-จีน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองวัฒนธรรม โดยการแสดงแบ่งออกเป็น 4 องค์หลัก คือองก์แรกเป็นการแสดงจากมหาวิทยาลัยเซียเมินและศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร องก์ที่สองการนำเสนอชุด "มนต์เสน่ห์สิบเผ่าแห่งขุนเขาเชียงราย" องก์ที่สามเป็นการวาดภาพเล่าเรื่องความสัมพันธ์ไทย-จีนประกอบการบรรเลงดนตรีสด และองก์ที่สี่ที่เป็นคอนเสิร์ตรวมวง 2 วัฒนธรรม ที่นำเพลงดังที่คุ้นหูของทั้งสองชาติร่วมแสดง อาทิ "มยุราภิรมณ์" "ฟ้อนเงี้ยว" "ยามเย็น" "The Moon Represent My Heart" "ลาวดวงเดือน" "ใบบัวใต้แสงจันทร์" "ลอดลายมังกร" "กระบี่ไร้เทียมทาน" "เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้" และ "เพลงไทย-จีนพี่น้องคล้องดวงใจ" รวมถึงการแสดงเชิดสิงโต มังกร และกังฟู ที่สำคัญมีการแสดงชุด FINALE ร่วมกันของทั้ง 2 วัฒนธรรม เพื่อสื่อสารถึงความสามัคคีและมิตรภาพไทย-จีนที่ยั่งยืนด้วย
ด้านนายรุตจิศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เรามีความภาคภูมิใจที่ได้สานสัมพันธ์กับมณฑลยูนนานในฐานะเมืองพี่เมืองน้อง และปีนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้ได้ดำเนินมาครบ 25 ปี ความร่วมมือของทั้งสองเมืองได้เติบโตและหยั่งรากลึกในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว วัฒนธรรมการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนนักศึกษาซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ ในโอกาสร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน มีกิจกรรมเสวนาวิชาการในครั้งนี้ จึงถือเป็นเวทีสำคัญที่ผู้แทนภาครัฐ วิชาการ ภาคเอกชน และเยาวชนจากทั้งสองประเทศจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และร่วมกันริเริ่มพัฒนาแนวทางความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน และขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียในอนาคต



