ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ก.ย.  หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เปิดเผยภายในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ซึ่งเป็นงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ก.ย. – 5 ต.ค. 68 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า วิกฤติโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ประชากร โลกต้องยอมรับปรับตัว เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนา SDGs ไทยบรรลุเป้าหมายหลายอย่าง เข้าถึงการรักษา พลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทางนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ระบุว่า การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนายั่งยืน เป็นการดำรงตน ตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงมอบไว้ให้แก่คนไทย วางพื้นฐานไว้ 50 ปีที่แล้ว แต่ยังคงทันสมัย ไม่ใช่เฉพาะไทย ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ สอดคล้องกับ SDGs เน้นให้โลกเดินสู่ความยั่งยืน ได้รับการผลักดันในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มนุษย์หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ภัยพิบัติโลกร้อน การสู้รบ สงคราม รวมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ และผู้คนในโลก

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือสอดคล้องกัน กันกับหลักความคิดต่อสากล ที่มุ่งการพัฒนา การพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นองค์ประกอบด้วย หลักภูมิคุ้มกัน ตลอดเวลา ต้องอาศัยเครื่องมือในการป้องกันรับมือกับความเสี่ยง และเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การพัฒนาที่ยั่งยืน ควรใช้ทรัพยากร ไม่ให้ทำอะไรเกินตัวความมีเหตุผลรอบด้าน พิจารณาหลักการให้สอดคล้องกันอย่างมีเหตุผล เริ่มต้นจากระเบิดจากข้างใน ท้องถิ่น มิติวัฒนธรรม เชื่อมโยงท้องถิ่นกับการพัฒนาเป็นสำคัญ ยึดหลักภูมิสังคมตามแนวทางในหลวง รัชกาลที่ 9 พัฒนาพื้นที่ต้องพิจารณามิติทางสังคม ด้านความรู้คู่คุณธรรม บรรลุเป้าหมาย SDGs ต้องคำนึงการส่งผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ทุจริต คอร์รัปชัน เราควรใช้สถานการณ์ เตือนใจ หันมาเอาใจใส่สังคมและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง ต่อเมื่อประชาชนมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีความสุข อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี”

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานอำนวยการจัดงาน SX2025 และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับงานด้านความยั่งยืนของภูมิภาค โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่าจะ “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พร้อมทั้งยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 มาผสานกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) เพื่อเป็นแนวทางหลักในการจัดงานครั้งนี้

SX2025 ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนหลากหลายมิติ ตั้งแต่สุขภาพ อาหาร การอยู่อาศัย ไปจนถึงการสร้างชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่แข็งแรง โดยมีทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อป นิทรรศการ และเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 750 คนจากทั่วโลก และความร่วมมือจากองค์กรชั้นนำกว่า 270 แห่ง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ตรงและแนวทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ โดยในปี 2567 งาน SX มีผู้เข้าชมกว่า 770,000 คน และปีนี้คาดว่าจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ต้องขอขอบคุณผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founders) งาน Sustainability Expo ประกอบด้วย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด , บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด , บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , เอสซีจี , บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมถึงเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทยหรือ TSCN และผู้สนับสนุนการจัดงานจากทุกภาคส่วนทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืน ผ่านพลังความร่วมมือที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนได้เรียนรู้เกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน พร้อมปรับตัวและเติบโตในมิติต่าง ๆ ผ่านการลงมือทำจริง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกใบนี้ให้มีความน่าอยู่อย่างยั่งยืนไปด้วยกัน”  

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในปัจจุบันจำเป็นต้องรับมือด้วยความร่วมมืออย่างจริงจัง เครือซีพีจึงกำหนดพันธกิจสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2573 และ Net Zero ในปี 2593 การลดขยะฝังกลบเป็นศูนย์ และการลดความเหลื่อมล้ำภายในปี 2573 ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนการขับเคลื่อนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนร่วมกับทุกภาคส่วน

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593 โดยใช้แนวคิด “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” และพร้อมสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้คน

นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวว่า ความยั่งยืนไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยภาคอสังหาริมทรัพย์มีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง SX2025 ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อการพัฒนาร่วมกัน

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า สถานการณ์โลกร้อนคือความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง เอสซีจีจึงขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรมสีเขียวเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ขณะที่คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ไทยยูเนี่ยนดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange®2030 มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อผลลัพธ์เชิงบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลและผู้บริโภคทั่วโลก

ตลอดระยะเวลา 10 วัน ของการจัดงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ผู้เข้าร่วมงานจะได้ร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจและได้รับความรู้เพื่อการปรับตัวอย่างง่ายดายสำหรับการอยู่รอดในยุคการเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละโซนหลัก ดังนี้

 * โซน SEP INSPIRATION (ชั้น G): นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรชั้นนำที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ พร้อมเน้นย้ำแนวคิด “การปรับตัวอย่างยั่งยืน เริ่มต้นได้จากตัวเรา” และมีการแบ่งปันเรื่องราวเพื่อความยั่งยืนของโลกจากองค์กรต่างประเทศ

* โซน BETTER ME (ชั้น G): มุ่งเน้นการปรับตัวในมิติสุขภาพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อรองรับช่วงอายุที่ยืนยาว โดยจะมีการนำเสนอความก้าวหน้าทางการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ตลอดจนการเรียนรู้ทุกช่วงวัยเพื่อก้าวไปสู่การสูงวัยอย่างมีความสุข

 * โซน BETTER LIVING (ชั้น G): เชิญชวนทุกคน “ตื่นรู้และปรับตัว” เพื่อเรียนรู้วิธีการรับมือและปรับตัวจากทั้งภาครัฐและเอกชน ในการวางแผนล่วงหน้าและตั้งรับเมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 * โซน BETTER COMMUNITY (ชั้น G): จัดแสดงแนวคิด “Community in Action” เมืองปรับตัวด้วยพลังชุมชน ที่จะชวนสำรวจบทบาทของจิตอาสา และมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อผลักดันและเติมเต็มสังคมที่ดี ผ่าน 3 พื้นที่ ได้แก่ Inspiring Showcase, Connect the Dots และ Gathering Space

 * โซน BETTER WORLD (ชั้น G): ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินไปกับงานศิลปะที่ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังเชิญชวนให้คิดและมองโลกในมุมมองใหม่ที่สะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อมและการแก้ไข

 * SX FOOD FESTIVAL (ชั้น LG): เทศกาลอาหารขนาดใหญ่ในประเทศไทยที่ชวนทุกคนมา “กินเพื่อรักษ์โลก” พบกับร้านอาหารเพื่อสุขภาพกว่า 100 ร้านค้า และเชฟชื่อดัง อาทิ มาสเตอร์เชฟ, ท็อปเชฟ, ไอรอนเชฟ และเฮลส์ คิทเช่น

 * SX KIDS ZONE (ชั้น LG): เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ สร้างสรรค์ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘Adaptation’ ปรับ เปลี่ยน แปลง เพื่อโลกที่ดีขึ้น

 * SX MARKETPLACE (ชั้น LG): ชวน ชอปเปลี่ยนโลก สู่ไลฟ์สไตล์ยั่งยืนกับสินค้า “ดีต่อโลก และดีต่อคุณ” และพบกับ Market Square ซึ่งเป็นสนามทดลองนวัตกรรมและสินค้าเพื่อการใช้ชีวิตยั่งยืน

 * SX REPARTMENT STORE (ชั้น LG): พื้นที่สำหรับส่งต่อของที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือสิ่งของในบ้านที่นอกสายตาแต่ยังมีประโยชน์และสามารถใช้งานได้ ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

งานสัมมนา และเครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (B2B) (ชั้น G, ชั้น 1 และ ชั้น 2): ประกอบด้วยการเจาะลึกแนวทางธุรกิจยั่งยืน การจัดเวิร์คชอปด้านความยั่งยืน (SX IDEALAB) การบรรยายและการเสวนาจากผู้ลงมือทำจริงด้านความยั่งยืน (SX Talk Stage) และการแข่งขัน Enactus World Cup 2025 presented by ThaiBev ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจาก 32 ประเทศทั่วโลก