สวัสดีวันหยุด! และพบกับสารพันสาระยานยนต์กับ อ้วนซ่า แอบซิ่ง อีกเช่นเคย สำหรับข่าวสารที่อยากจะนำเสนอในสัปดาห์นี้เป็นเรื่องของ รถรุ่นใหม่จากค่าย “เชอรี” (Chery) ที่สัปดาห์ที่ผ่านมาอ้วนซ่าได้มีโอกาสทดลองขับ นั่นก็คือ รถเอสยูวีพลังไฟฟ้า รูปทรงกล่องหน้าตาขึงขังสไตล์รถจี๊ปแต่มีเส้นสายและรายละเอียดล้ำยุค ที่มีชื่อรุ่นว่า V23
V23 นั้น ไม่ได้อ่านว่า “วียี่สิบสาม” เพราะทางผู้นำเข้ายืนยันว่าจะเรียกมันว่า “วีสองสาม” ซึ่งก็นานาจิตตัง สำหรับอ้วนซ่าแล้ว คำว่า สองสาม มันดูไม่รื่นหูเท่าไหร่ สู้ยี่สิบสาม ไม่ได้

สำหรับบริษัท เชอรี นั้นหลายๆคนอาจจะคุ้นๆอยู่บ้าง เพราะแบรนด์นี้เป็นบริษัทรถยนต์รายแรกของจีนที่ส่งออกยานยนต์ออกไปยังต่างประเทศ และเคยเข้ามาในบ้านเราเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ตอนนั้นพวกเขายังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควรจึงต้องปิดตัวลงไป แต่หากจะเอ่ยถึงแบรนด์นี้ในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีอายุไม่ถึง 30 ปีดีนักแต่พวกเขาก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนายานยนต์ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา และผลิตรถยนต์ออกมาแล้วกว่า 15 ล้านคัน และปัจจุบันดำเนินธุรกิจครอบคลุม 120 ประเทศ และมีโรงงานใน 16 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้ใช้กว่า 5 ล้านคนนอกประเทศจีน และเป็นอันดับหนึ่งในการส่งออกรถยนต์ส่วนบุคคลจากประเทศจีนเป็นเวลา 22 ปีต่อเนื่องกัน เรียกว่า ธุรกิจเขาแข็งแกร่งสุดๆ

สำหรับรถ V23 แม้ว่าในบรีฟของทางผู้นำเข้าจะไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องดีไซน์ของรถรุ่นนี้มากนัก แต่อ้วนซ่าอยากจะเล่าถึงที่มาของรูปลักษณ์ของมันสักนิดคือ รถ V23 นี้ได้รับแรงบันดาลใจด้านการออกแบบมาจากรถอเนกประสงค์ของกองทัพจีนฯมาแบบเต็มๆ นั่นก็คือ รถรุ่น BJ212 จากปี 1965 ซึ่งคำว่า BJ นั้นก็ย่อมาจากคำว่า Beijing Jeep หรือ จี๊ปปักกิ่ง คือเราต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่า จี๊ป นั้นจริงๆแล้วนั้นทหารอเมริกันยุคสงครามโลก ก็เพี้ยนมาจากคำว่า GP (จีพี) หรือ General Purpose (เจนเนอรัล เพอเพิร์ส) อันหมายความว่าอเนกประสงค์ จนทำให้กลายเป็นชื่อที่คนใช้เรียกรถทหารว่า จี๊ป ไปเสียหมด

เรียกได้ว่า เมื่อเห็นภาพของ BJ212 แล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่า V23 นั้นเป็นการเกิดใหม่ในร่างไฟฟ้า นั้นเอง ซึ่งทางทีมออกแบบนั้น อ้วนซ่า ขอให้คะแนนเต็ม ในด้านทักษะการออกแบบ เพราะผลลัพธ์ที่ได้นั้นยอดเยี่ยมมาก เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน รถรุ่นนี้ก็สวยไร้ที่ติ ทั้งภายในและภายนอก เป็นรถที่มีรูปลักษณ์สไตล์อนาล็อค ผสมผสานกับ ดิจิตัล ได้กลมกล่อม
ส่วนของห้องโดยสารนั้นทำได้ดีมาก ใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบ ระบบเกียร์อยู่ตำแหน่งคอพวงมาลัยง่ายต่อการใช้งาน แต่ที่ถูกใจมากคือ พื้นที่ของผู้โดยสารตอนหลังที่โออ่าเหลือเชื่อ เข่าไม่ติดเบาะ แถมเบาะทั้งหมดสามารถพับราบได้ จอดนอนได้สบาย
ในบ้านเรานั้นจะมีจำหน่ายด้วยกัน 2 สเปคหลักคือ มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 136 แรงม้า และแรงบิด 180 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ 59.93 kWh วิ่งได้ไกล 360 กิโลเมตร (NEDC) ซึ่งเมื่อลองขับดูแล้วก็แปลกใจ เพราะว่า วิ่งดีกว่าที่คาด แม้ว่าแรงม้า แรงบิดจะดูไม่หวือหวา แต่เพราะมันเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้มันออกตัวได้ทันใจตั้งแต่แรก จุดนี้คือรถน้ำมันเทียบไม่ได้จริงๆ
ตัวที่สอง คือรุ่นสองมอเตอร์ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ตัวนี้ร้อนแรงเอาเรื่อง เพราะมีกำลังรวม 211 แรงม้า แรงบิด 292 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ 81.76 kWh รองรับระยะทางวิ่ง 430 กิโลเมตร (NEDC) รุ่นนี้ทำอัตราเร่งทันใจทีเดียว 0-100 ใน 7.5 วินาทีเท่านั้น
สำหรับเรื่องการทรงตัว เห็นรถมันทรงสูงๆ แต่ช่วงล่างมันคมกริบ ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถเอสยูวีพันธ์ซิ่งอย่าง มินิ คันทรีย์แมน เพราะสามารถโยกเปลี่ยนเลนได้แม่นยำและแทบจะไม่โคลงเคลง ขับสนุกประทับใจมากทีเดียว และแน่นอนว่าเห็นรูปทรงแบบนี้ต้องถามว่าลุยน้ำได้ไหม ต้องบอกว่าสบาย เพราะมันสามารถลุยน้ำได้ลึก 2 ฟุต สบายๆ
อีกจุดนึงที่ชอบมากก็คือ ทรงเรียบง่ายของมันนั้นง่ายต่อการนำไปแต่ง (Customization) ให้มีรูปลักษณ์ สีสันตามจินตนาการของผู้เป็นเจ้าของ ด้านราคานั้นตอนนี้ยังอุบไว้ก่อน แต่เชื่อว่าเร้าใจแน่นนอนขอรับ!








