เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังที่วัดแห่งหนึ่งอำเภอปราสาท บรรยากาศที่วัดพบว่าเจ้าหน้าที่ อสม. มาตั้งโต๊ะลงทะเบียนชาวบ้านที่อยู่ติดชายแดนอพยพมาร่วม 89 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะทยอยกันมาเรื่อยๆ โดยพบว่ามีผู้อพยพมาเป็นชาวบ้านของ ต.ตาเมียง, ต.บักได, และ ต.จีกแดด อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีทั้งเด็ก ผู้ชรา ผู้ป่วยติดเตียง และหญิงคลอดบุตรมาได้เพียง 7วัน

ชาวบ้านที่อพยพได้พูดเสียงเดียวกันว่า ชาวบ้านได้อพยพทำตามเจ้าหน้าที่ทหารบอก เสียสละเพื่อเปิดทางให้ทางทหารแล้วเจ้าหน้าที่ทหารเมื่อไหร่จะจัดการให้จบๆ ไป ชาวบ้านจะได้ทำมาหากินได้และกลับไปใช้ชีวิตปกติ แล้วฝากบอกถึงนายกรัฐมนตรีว่าให้เร่งดำเนินการเรื่องเงินเยียวยาอีกด้วย

นางอ่อน เมินดี อายุ 60 ปี อ.พนมดงรัก กล่าวว่า ตนได้อพยพมากับครอบครัวพร้อมลูกสาวที่เพิ่งคลอดลูกน้อยได้เพียง 7 วันมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงได้ 4วันแล้ว เนื่องจากเกรงว่าถ้ามีการปะทะกันแล้วตนจะอพยพออกมาจากพื้นที่ไม่ทัน เพราะมีหลานๆ ตัวเล็กๆ และคนแก่หลายคนจึงพากันออกมาในที่ปลอดภัยก่อน เพราะตนและครอบครัวไม่ไว้ใจฝั่งเขมร อยากฝากถึงผู้เกี่ยวข้อง อยากให้เหตุการณ์นี้จบลงเร็วๆ ถ้าจะหยุดก็หยุดไปเลย ถ้าจะยิงก็ให้ยิงกันไปเลย ประชาชนจะได้ไม่เดือดร้อนจะได้ไม่ต้องคอยวิ่งหนี วิ่งบ่อยลำบากไม่ได้ทำมาหากินอะไร ไม่อยากให้มีการปะทะครั้งที่ 3 หากมีการปะทะขอให้การปะทะครั้งที่ 2 นี้จบลงอย่างเด็ดขาด ไม่อยากให้มีครั้งที่ 3 หรือ 4 อีกต่อไป

นายเปี๊ยก เพชรประกอบ อายุ 67 ปี ชาวบ้าน อ.พนมดงรัก กล่าวว่า ตนนั้นได้อพยพออกมาก่อนเพราะเกรงว่าจะมีการปะทะกัน เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นเข้าออกลำบากเพราะรถเยอะ ชุลมุนวุ่นวาย ขณะนี้มีชาวบ้านอพยพมาแล้วเกือบ 100 คนในศูนย์พักพิงแห่งนี้ ตนนั้นอยากฝากถึงรัฐบาลแล นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ให้เร่งเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเขตชายแดน เพราะตอนนี้ตนยังไม่ได้เงินเยียวยาเลย การใช้ชีวิตก็ลำบากมาก ทำงานก็ไม่ได้ ทำระแวงแต่กลัวจะมีการปะทะกัน อยากฝากถึงท่านอนุทิน เวลาจะเปิดด่านนั้นทำเร็ว แต่เงินเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดนนั้นช้ามาก เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนรัฐบาลทำงานช้ามาก ตนมันรู้สึกกดดันที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา

นางตัน แก้วสุรี อายุ 66 ปี ชาวบ้าน อ.พนมดงรัก กล่าวว่า ตนอพยพออกมากัน 2 คนกับสามี เพราะคราวที่แล้วที่เกิดเหตุปะทะกันเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ตนและสามีออกมาไม่ทันเพราะด้วยอายุเยอะ ครั้งนี้จึงอพยพออกมาก่อนเพราะตนและสามีกลัว ตนเหนื่อยกับเสียงปืนเพราะต้องคอยวิ่งหนี แม้แต่เสียงฝนตกฟ้าร้องก็พากันวิ่งหนี 2 คนกับสามีด้วยความกลัว ขวัญไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พอได้ยินเสียงแบบนี้ก็รู้สึกเหมือนกับจะวูบไป อยากให้การปะทะนั้นจบลงโดยไวจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องคอยวิ่งหนีเมื่อได้ยินเสียงระเบิดหรือเสียงปืน