ทีมสัตวแพทย์รายงานความคืบหน้าการรักษา “ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง ล่าสุดเริ่มกินนม กินน้ำได้ ขาหน้าคลายตัวเล็กน้อยจากกายภาพบำบัด แต่ยังพบค่าตับ-ไตสูง และมีภาวะอ่อนเพลีย ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ทีมสัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี รายงานอาการของ “ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ รายงานระบุว่า ข้าวต้มสามารถกินนมและน้ำได้ ขับถ่ายปกติ แต่อุจจาระยังมีลักษณะเหลวเล็กน้อย และปัสสาวะขุ่นเล็กน้อย ขณะเดียวกัน บริเวณสะดือยังคงมีหนอง เจ้าหน้าที่ต้องทำแผลทุกวัน

ด้านพฤติกรรมพบว่า ลูกช้างพยายามถีบตัวเองลุกขึ้นยืน โดยมีทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่คอยช่วยพยุงและทำกายภาพบำบัด ขณะเดียวกันผลตรวจเลือดยังพบค่าตับ ค่าไต และค่าการสลายกล้ามเนื้อสูง แต่มีแนวโน้มดีขึ้นจากครั้งแรก จึงต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 20.10 น. ลูกช้างมีอาการอ่อนเพลียและตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ ทีมสัตวแพทย์ได้เร่งแก้ไขอาการทันที

สำหรับการรักษาความผิดปกติของเส้นเอ็นที่ขาหน้าซึ่งเป็นมาตั้งแต่กำเนิด ยังคงใช้วิธีการกายภาพบำบัด ทั้งการใช้อัลตราซาวด์ การยืดเหยียดข้อต่อ และเครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเริ่มเห็นผล ขาหน้าของข้าวต้มเริ่มคลายตัวเล็กน้อย

สัตวแพทย์ผู้ดูแลย้ำว่า ข้าวต้มยังต้องได้รับการรักษาและดูแลใกล้ชิด เนื่องจากเป็นสัตว์เล็กที่อ่อนแอ อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพได้

รายงานโดย สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และ น.สพ.นภัส เสวกวรรณ นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า