เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนอยู่ในอัตรา 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นวันที่ 2 มวลน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลทำให้แม่น้ำน้อยและคลองสาขาต่างๆ หลายพื้นที่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1-2 ซม.
ระดับน้ำในแม่น้ำน้อย ที่สะพานหัวเวียง อ.เสนา ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 1 ซม. ระดับน้ำแม่น้ำน้อย ที่หน้าตลาดบ้านแพน อ.เสนา ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวาน 1 ซม. ระดับน้ำคลองบางหลวง (คลองโผงเผง) อ.บางบาล ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 2 ซม.

ที่ชุมชนหมู่ที่ 3 ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีชุมชนริมแม่น้ำน้อยถูกน้ำท่วมสูงในชุมชน และทางเข้าชุมชน ทำให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ต้องนำรถยนต์ สิ่งของจำเป็น มาจอดเก็บไว้บนถนน โดยพบว่าจะมีความสามัคคีในชุมชน ชายหญิงจะผลัดกันมาเฝ้าทรัพย์สินกัน โดยผู้ชายจะอยู่กลางคืน ผู้หญิงจะมาอยู่ในตอนกลางวัน
นางสาวน้ำค้าง เทียมรักษ์ อายุ 52 ปี เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวน้ำท่วมมากว่า 1 เดือน รถยนต์ชาวบ้านต้องนำมาจอดอยู่ริมถนน ก็จะออกมาอยู่กันข้างนอก ซึ่งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ก็นำมาจอดข้างนอกกันเยอะ ผู้หญิงก็จะมาเฝ้าในตอนกลางวัน พอตกกลางคืนผู้ชายกลับมาจากทำงานก็มาเฝ้าต่อแทนกันในตอนกลางคืน ก็จะเป็นกรรมการวัด กรรมการหมู่บ้าน มาช่วยเฝ้าคอยช่วยเหลือกัน

ส่วนสถานการณ์ลุ่มแม่น้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ระบายน้ำในอัตรา 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำเพิ่มขึ้นในอัตรา 567 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 5 ซม. ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สรุปภาพรวมในพื้นที่ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วมไปแล้ว 10 อำเภอ คือ อ.เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน มหาราช บางปะหัน บ้านแพรก และ อ.ท่าเรือ รวม 124 ตำบล 737 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 7,690 ครัวเรือน



