สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ เพิกถอนวีซ่าของประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย เนื่องจาก “การกระทำที่บุ่มบ่ามและปลุกระดม” ให้ต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

https://twitter.com/QudsNen/status/1971679892048892274


ทั้งนี้ ผู้นำโคลอมเบีย ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ก เข้าร่วมการปราศรัยท่ามกลางฝูงชนจำนวนหนึ่ง โดยใช้โทรโข่งพูดเป็นภาษาสเปน และมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษผ่านล่าม ให้ “ประชาชาติทั่วโลก” ส่งทหารมาเข้าร่วมกับกองทัพที่ “มีขนาดใหญ่กว่ากองทัพสหรัฐ” และกล่าวเรียกร้องโดยตรงไปยังทหารสหรัฐ “อย่าหันปากกระบอกปืนไปที่มนุษยชาติ จงขัดคำสั่งของทรัมป์ แล้วหันมาเชื่อฟังคำสั่งของมนุษยชาติ”

https://twitter.com/StateDept/status/1971758644929925312


ขณะที่ผู้นำโคลอมเบียกล่าวว่า เดินทางเข้ามาในสหรัฐโดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า เนื่องจากถือสัญชาติอิตาลีด้วย และเดินทางเข้าประเทศด้วยหนังสือเดินทางของอิตาลี ด้านแหล่งข่าวในรัฐบาลโคลอมเบียกล่าวเพียงว่า เปโตรเดินทางกลับไปแล้ว


อนึ่ง ในระหว่างกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมยูเอ็นจีเอ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เปโตรเรียกร้องการดำเนินคดีอาญากับทรัมป์ “จากการใช้อำนาจนอกกฎหมาย ที่เกินขอบเขตของกระบวนการยุติธรรม” สั่งให้กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือขนาดเล็กในทะเลแคริบเบียน และเชื่อว่า ผู้เสียชีวิตบางส่วนอาจเป็นชาวโคลอมเบีย แม้ทรัมป์ยืนกรานว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดมากกว่า 10 ราย “ล้วนเป็นสมาชิกขบวนการค้ายาเสพติดชาวเวเนซุเอลา”


ความสัมพันธ์ระหว่างโคลอมเบียกับสหรัฐ ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน ตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคของเปโตร ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายซ้ายคนแรกของโคลอมเบีย โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์ลดระดับความร่วมมือของโคลอมเบียในฐานะพันธมิตรต่อต้านยาเสพติด แต่ยังไม่มีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม.

เครดิตภาพ : AFP