สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่า รายงานของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว มีหุ่นยนต์มากกว่า 2 ล้านตัว ทำงานในโรงงานของจีน และมีการติดตั้งหุ่นยนต์ใหม่เกือบ 300,000 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนโรงงานทั่วโลกรวมกัน ขณะที่โรงงานในสหรัฐติดตั้งไปแค่ 34,000 ตัว

แม้โรงงานในจีนจะใช้หุ่นยนต์มากขึ้น แต่พวกเขาก็พัฒนาการผลิตหุ่นยนต์ได้ดีขึ้นเช่นกัน หลังรัฐบาลได้ใช้เงินทุนสาธารณะ และนโยบายต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้บริษัทจีน ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านหุ่นยนต์ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้ริเริ่มโครงการรณรงค์อย่างกว้างขวาง เพื่อใช้หุ่นยนต์ในโรงงานให้มากขึ้น ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์รายใหญ่ และผสานรวมอุตสาหกรรมเข้ากับความก้าวหน้าทางปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ขณะที่เป้าหมายนี้ได้ส่งผลให้จีนติดตั้งหุ่นยนต์ไปได้มากกว่า 150,000 ตัวในแต่ละปีนับตั้งแต่เมื่อปี 2560 และในต้นปีนี้ โรงงานของจีนผลิตสินค้าเกือบ 1 ใน 3 ของสินค้าที่ผลิตทั้งหมดทั่วโลก หรือมากกว่าสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร รวมกัน

ประเทศที่ติดตั้งหุ่นยนต์ในโรงงานมากที่สุดรองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และเยอรมนี ตามลำดับ ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ญี่ปุ่นติดตั้งหุ่นยนต์ไป 44,000 ตัว เมื่อปีที่แล้ว

รายงานระบุอีกว่า ก่อนหน้านั้น สัดส่วนของหุ่นยนต์ที่ถูกติดตั้งในจีนส่วนใหญ่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ จนกระทั่งปีที่แล้ว ซึ่งเกือบ 3 ใน 5 ของหุ่นยนต์ที่ติดตั้งถูกผลิตในประเทศ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES