เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. …. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 25 ก.ย. 2568 ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรฯ ครั้งที่ 2 การประชุมครั้งที่ 2 มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ประธานกรรมาธิการ นำประชุม โดยถือว่าเป็นการหารือเข้มข้น เนื่องจากมีความเห็นทั้งฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายคัดค้าน ได้แสดงความเห็น ข้อห่วงกังวล โดยเปิดโอกาสให้ผู้คัดค้านได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ พร้อมทั้งเริ่มพิจารณาเนื้อหาของร่างกฎหมายจริงจังรายมาตราในวันพฤหัสหน้า
นายฐิติกันต์ ระบุต่อว่า ข้อกังวลจากฝ่ายคัดค้านและหน่วยงานรัฐ 1.กรณีนายทุนบุกรุกป่า ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ห่วงว่าคดีใหญ่ เช่น คดีทับลาน 552 คดี อาจถูกนิรโทษกรรรม 2.ผลกระทบต่อหลักนิติธรรม ผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่าอาจกระทบความเชื่อมั่นทางกฎหมาย และเปิดช่องทุจริต 3.ยกเลิกแนวเขตป่า ผู้แทนกระทรวงทรัพย์ ไม่เห็นด้วยที่กฎหมายอาจทำให้แนวเขตป่าที่ประกาศไว้นานแล้วถูกยกเลิก 4. ความเสี่ยงบุกรุกใหม่ มีความกังวลว่าคนจะบุกรุกป่าเพื่อรอรับนิรโทษกรรม
นายฐิติกันต์ ระบุต่อไปว่า คำชี้แจงของฝ่ายเสนอร่าง สส.เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล พรรคประชาชน รองประธาน คณะกรรมาธิการฯ คนที่ 1 ย้ำกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่นิรโทษกรรมสุดซอย จำกัดสิทธิเฉพาะผู้ยากไร้ ผู้ทำกินต่อเนื่องตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 และคำสั่ง คสช. 66/2557 เท่านั้น กันนายทุนออก 100% ทั้งกลุ่มนายทุน รีสอร์ท สนามกอล์ฟ ที่ทับลาน ถูกกันออกโดยชัดเจน โต้ข้อกังวลบุกรุกใหม่ ย้ำว่ากฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้ใครบุกป่าใหม่แล้วได้สิทธิ กลไกกลั่นกรองโปร่งใส ใช้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ว่าฯ อัยการ ป่าไม้ และตำรวจ เพื่อกันการเอื้อประโยชน์ ย้ำหลักกฎหมาย เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดจากคำสั่ง คสช. 64/2557 ที่ทับซ้อนกันเอง กับคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 รวมถึงกับกฎหมายปกติ
นายฐิติกันต์ ระบุต่อไปว่า มุมมองจากประธาน กมธ. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ย้ำว่าประชาชน “เหยื่อของรัฐ” รอไม่ได้ ต้องเร่งให้กฎหมายผ่านก่อนการยุบสภา เสนออาจตั้งคณะอนุกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาให้เร็วและรอบคอบ เน้นย้ำว่ากฎหมายไม่ใช่เพื่อเอื้อนายทุน แต่เพื่อช่วยผู้เดือดร้อนจากนโยบายรัฐ ในที่ประชุมมีความกังวลต่อคำว่า “นิรโทษกรรม” แต่ สุมิตรชัย หัตถสาร กรรมาธิการ ชี้แจงว่าเป็นคำกลาง ใช้ในกฎหมายทั่วโลก (ภาษาอังกฤษ ใช้ Amnesty) และไทยเองก็เคยใช้หลายครั้ง ในกฎหมายหลายฉบับ
ส่วน สส.ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล โฆษกคณะกรรมาธิการฯ ได้เสนอให้ทางกระทรวงทรัพย์ ได้นำเสนอข้อมูลการจับกุม รายละเอียดคดีต่างๆ รวมถึงคดีที่ไม่สามารถจับกุมนายทุนมาดำเนินคดีได้ ว่ามีปัญหาและอุปสรรคใดบ้าง เป็นต้น เพื่อให้มีความรอบคอบต่อการพิจารณากฎหมาย หากมีข้อมูลที่ชัดเจน ก็จะทำให้การพิจารณากฎหมายได้รอบคอบ และโปร่งใสมากขึ้น รวมถึงฝากไปยัง คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าให้ช่วยกำหนดกรอบคำว่านายทุน และข้อห่วงกังวลที่จะไม่ต้องการให้นายทุนได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ เพื่อนำมาพิจารณาในคณะกรรมาธิการ อาจจะยกตัวอย่างคดีที่เคยดำเนินการมา
นายฐิติกันต์ ระบุต่อว่า โดยเจตนาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เห็นตรงกันเรื่องการจัดการเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า จัดการกับกลุ่มนายทุน และผู้มีอิทธิพลที่บุกรุกใหม่ พิสูจน์สิทธิราษฎรที่อยู่มาก่อนให้เข้มข้นและจริงจัง และนิรโทษผู้ที่โดนดำเนินคดีจากการดำเนินการตามมติ ครม.ปี 2541 รวมไปถึงคำสั่ง คสช. เพราะบางคนโดนจับทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำความผิด และมีคดีแห้ง จนมีป่าทิพย์ และมีการเบิกงบประมาณไปปลูกป่า จนอาจจะสร้างความเสียหายกับงบประมาณแผ่นดินได้
นายฐิติกันต์ ระบุต่อไปอีกว่า ในที่ประชุม ไม่ได้มีกลุ่ม สว. และผู้ที่คัดค้านเข้ามาแสดงความคิดเห็น แต่ทางประธานคณะกรรมาธิการ ก็ยินดีที่จะให้ผู้ที่เห็นต่าง หรือยังมีข้อข้องใจ สามารถเข้ามานำเสนอในคณะกรรมาธิการได้ รวมถึงการถ่ายทอดสดในการประชุม เพื่อความโปร่งใส และรอบคอบ ตรวจสอบได้ ของการร่างกฎหมายที่สำคัญฉบับนี้.



