เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่รัฐสภา นายประภาศ คงเอียด กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “บัญชีทรัพย์สิน: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและความเสี่ยงทางกฎหมาย” ภายในงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง “สส. 101: start strong” ที่จัดโดยสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับเดลินิวส์ ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องทุจริตอยู่ในขั้นวิกฤติ ตัวสะท้อนที่ชัดเจนสุดคือค่า CPI สำรวจโดยองค์กรระหวางประเทศ จัดอันดับประเทศอยู่ที่ 116 ด้อยกว่าประเทศในอาเซียน เกือบจะอยู่ท้ายๆ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. อยู่เกือบปลายน้ำ เป็นคดีก่อนถึงเข้าสู่กระบวนการของเรา ทั้งๆ ที่ควรแก้ตั้งแต่ต้นน้ำ

เรื่องบัญชีทรัพย์สินในกฎหมาย ป.ป.ช. เป็นเครื่องมือป้องกัน เพราะคนที่เข้ามาในตำแหน่งแล้วมีความเสี่ยงทำทุจริตได้ ดังนั้นเมื่อเปิดเผยก็จะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า ผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งมีทรัพย์สินก่อนเข้ามาเท่าไร พ้นตำแหน่งแล้วมีทรัพย์สินเท่าไร นอกจากนี้บัญชีทรัพย์สินยังช่วยเรื่องการปราบปรามการทุจริต เพราะถ้ามีความไม่ชอบหรือผิดปกติ ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย ขอให้เชื่อมั่นในองค์กร ป.ป.ช. โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน

“แต่ไม่ใช่ว่าเราตั้งท่าจะเล่นงาน ยืนยันว่าไม่มี ผมเข้าร่วมประชุมเรื่องบัญชีทรัพย์สิน น้อยมากที่คนที่จะโดนชี้ หรือกล่าวหาเรื่องบัญชีทรัพย์สิน หากไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ เราก็ไม่เอา เพราะเข้าใจว่ามีความผิดพลาด หลงลืมได้ แต่ที่สำคัญคือพฤติการณ์แห่งการกระทำนั้นส่อถึงเจตนาหรือไม่”  

นายประภาศ กล่าวว่า ขณะนี้มีการพูดถึง 2 มาตรฐาน หรืออะไรต่างๆ ผมขอยืนยันว่า เราสามารถอธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้อย่างชัดแจ้ง วันที่ 23 เม.ย. ป.ป.ช. จะออกข้อชี้แจงในเรื่องนี้ (คาดว่าเป็นการชี้แจงกรณี ป.ป.ช. จำหน่ายคดีกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ปกปิดทรัพย์สินถือหุ้น บ.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้แล้วว่าถือหุ้น)

“องค์กร ป.ป.ช. และผมจะมีจุดอ่อนอย่างหนึ่ง คือไม่ค่อยได้ทำงานเชิงรุก คล้ายกับศาล คือตัดสินไปแล้วบนพื้นฐานของข้อมูล บางเรื่องเราจะเอาเรื่องหนึ่งไปเปรียบเทียบกับอีกเรื่องหนึ่งไม่ได้เสมอไป โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องอะไรคือเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรี การวินิจฉัยของ ป.ป.ช. คือการวินิจฉัยเรื่องจงใจหรือเจตนายื่นบัญชีทรัพย์สินหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งมันไม่ใช่ว่าจะต้องเอาข้อเท็จจริง หรือคำวินิจฉัยมาใช้เสมอไป เราจะชี้แจงในรายละเอียดต่อไป เราเคารพความคิดความเห็นของทุกคน แต่พื้นฐานสำคัญคือข้อมูลข้อกฎหมายครบถ้วนหรือไม่”

นายประภาส กล่าวต่อถึงการตรวจสอบทรัพย์สินว่า ขอให้ สส. และผู้ช่วย สส. มีความรอบคอบในการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินที่จะยื่นต่อ ป.ป.ช. ปัจจุบันครอบคลุมไปถึง “การอยู่กินฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส” ซึ่งหากมีการร้องเรียนเข้ามา ป.ป.ช. ต้องเข้าไปตรวจสอบ จนถึงขั้นส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึกเพื่อดูพฤติการณ์ถึงบ้านด้วย เรื่องนี้ขอฝาก สส. ด้วยความห่วงใย.