เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแนวทางการลดขบวนรถไฟ ทั้งรถโดยสารและรถขนส่งสินค้า ไม่ให้เข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ โดยรถไฟสายตะวันออกให้จอดสิ้นสุดแค่สถานีลาดกระบังแล้วให้ผู้โดยสารต่อแอร์พอร์ตลิงก์ หรือรถเมล์ขสมก. เข้าเมืองแทน รถไฟสายใต้และสายตะวันตกให้จอดสิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชัน แล้วต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง ส่วนรถขนส่งสินค้าหรือน้ำมัน ห้ามเข้าเมืองชั้นใน โดยรถสินค้าต้องเปลี่ยนถ่ายไปใช้รถบรรทุกเล็กแทน ขณะที่ขบวนรถไฟที่จำเป็นจะอนุญาตให้วิ่งเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น

ดร.สามารถ มองว่า ขณะที่ทั่วโลกพยายามดึงคนมาใช้ระบบรางเพื่อลดมลพิษ แต่ไทยกลับทำสวนทาง และแนวทางดังกล่าวของรมว.คมนาคม จะทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้น ดังนี้ 1.ผู้โดยสารรถไฟจะลำบากกว่าเดิมสำหรับคนชรา คนป่วย เด็ก คนมีครรภ์ หรือคนมีสัมภาระ 2.รถไฟฟ้าไม่ได้พาไปทุกที่ ทั้งแอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีแดงอาจไม่มีเส้นทางผ่านแหล่งทำงาน สถาบันการศึกษา สถานพยาบาล หรือสถานที่อื่นๆ ตามที่ผู้โดยสารรถไฟต้องการ ทำให้เขาต้องต่อรถเมล์ มอเตอร์ไซค์ หรือแท็กซี่ เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน อีกทั้ง แอร์พอร์ตลิงก์และรถไฟฟ้าสายสีแดงก็มีขบวนรถน้อย 3.รถบรรทุกจะกลับมาแน่นถนนในกรุงเทพฯ ชั้นใน แทนที่จะใช้รถไฟขนสินค้าเข้ามา 4.ต้นทุนขนส่งอาจสูงขึ้น  การเปลี่ยนถ่ายสินค้าหลายต่อจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และต้นทุนเหล่านั้นจะถูกผลักไปที่สินค้า ทำให้ประชาชนต้องซื้อสินค้าแพงขึ้น

แนวทางแก้ที่ดีกว่า (1) เข้มงวดวินัยจราจร ใครที่ฝ่าไม้กั้นต้องถูกลงโทษอย่างจริงจัง (2) ติดตั้งสัญญาณไฟแบบ Count Down ให้คนรู้ว่าเหลือเวลาอีกกี่วินาทีก่อนไม้กั้นจะปิดถนน (3) ติดตั้งป้ายแจ้งเวลารถไฟจะมาถึง ช่วยลดการเสี่ยงติดค้างอยู่บนราง (4) ปุ่มหยุดฉุกเฉิน หากรถติดค้างบนราง ประชาชนแจ้งหยุดรถไฟได้ทันที (5) ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางด้วยเลเซอร์ ถ้ามีรถหรือคนค้างอยู่บนราง (6) เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง และบางซื่อ-หัวหมาก ซึ่งจะช่วยลดจุดตัดได้เป็นอย่างดี นี่คือการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

ดร.สามารถ ยืนยันว่า การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดสำหรับรัฐบาล อาจกลายเป็นการสร้างภาระให้ประชาชนมากที่สุด ถ้าปัญหาเกิดขึ้นที่จุดตัดทางรถไฟ สิ่งที่ต้องแก้คือ “จุดตัด” ไม่ใช่ “รถไฟ” เมืองใหญ่ทั่วโลกพยายามทำให้คนเข้าถึงระบบรางง่ายขึ้น แต่เรากำลังทำให้การขึ้นรถไฟยุ่งยากขึ้น และการแก้ปัญหาที่ดี ไม่ใช่การทำให้ระบบที่ประชาชนใช้อยู่หายไป แต่คือการทำให้ระบบนั้นมีความปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการกันรถไฟออกจากเมือง แต่เขาแก้ด้วยการทำให้ระบบรางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง.

อ่านเนื้อหาเต็มได้ที่