เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คมนาคม ที่มีนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) ประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณากรณีรถไฟขนสินค้าขบวน 2126 พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 206 (ปอ.206) สีส้ม บริเวณแยกมักกะสัน โดย กมธ. เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมชี้แจง คือ นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง, นายทยากร จันทรางศุ ผอ.กองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมขนส่งทางราง, นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น.(ดูงานจราจร), พ.ต.อ.กำพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน

ช่วงเริ่มต้นประชุม นายศุภณัฐ ถามถึงภาพกล้องวงจรปิด CCTV เพื่อจะนำมาไล่ดูในที่ประชุม แต่ ผกก.สน.มักกะสัน ชี้แจงว่า ภาพกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานในสำนวน ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ ส่วนภาพที่เปิดเผยตามหน้าสื่อ ตนไม่ทราบว่ามาจากไหน ด้านอธิบดีกรมขนส่งทางราง เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ ได้มีการเก็บพยานหลักฐานและมีการประสานกับพนักงานสอบสวน เบื้องต้นได้มีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากจำเป็นต้องหาสาเหตุ และหาวิธียกระดับความปลอดภัย ซึ่งจะสอบสวนบ่ายวันที่ 21 พ.ค. โดยจะส่งรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาให้ กมธ. ภายหลัง

นายทยากร ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ในระดับวินาที เวลา 15.35.44 น. เป็นเวลาที่รถไฟมาถึงแล้ว จะเห็นพนักงานยืนหันหลังอยู่ โดยที่ไม่ทราบว่ารถไฟฝ่าสัญญาณเข้ามา เวลา 15.35.45 น. รถไฟได้พุ่งชนรถโดยสารเกิดประกายไฟทันที เวลา 15.35.47 น. เกิดเพลิงลุกไหม้ เวลา 15.35.48 น. รถโดยสารถูกลากติดไปกับรถไฟ เวลา 15.35.52 น. จะพบว่าบริเวณท้ายรถจักรมีพนักงานอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นพนักงานรักษารถอยู่ด้านหลัง เวลา 15.36.00 น. รถไฟก็หยุด

นายศุภณัฐ จึงถามว่า หากเอื้อมไปกดปุ่ม หมายความว่าระยะเวลากดปุ่มกับระยะเวลาที่รถไฟมาถึงช่วงซุ้ม มีแค่ 5 วินาทีเท่านั้น ปกติจะมีวิธีการอื่นที่จะแจ้งล่วงหน้าหรือไม่ และระยะทางในการเบรก มีการถกเถียงกันว่าเป็นระยะ 200 เมตรบ้าง 2 กิโลเมตรบ้าง ถ้าสัญญาณอยู่แค่ 50 เมตร อย่างไรก็เบรกไม่ทัน

รักษาการผู้ว่า รฟท. ชี้แจงถึงสาเหตุที่เสาสัญญาณอยู่ห่างเพียง 50 เมตร ว่า ปัจจุบัน รฟท. ใช้ระเบียบข้อบังคับ พ.ศ. 2549 แม้เสาจะอยู่ระยะ 50 เมตร แต่ต้องมีระยะมองเห็น 500 เมตร ยืนยันว่าตำแหน่งป้ายหรือเสาสัญญาณต่าง ๆ เป็นไปตามระเบียบ เพื่อรองรับการเบรกของรถไฟ ครบทุกประเด็น ส่วนคำถามที่ว่า ตำแหน่งของตัวสัญญาณไฟ เครื่องกั้นถนนมีหรือไม่นั้น เครื่องกั้นทางรถไฟจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทที่มีพนักงานควบคุม และประเภทที่ทำงานอัตโนมัติ ซึ่งสถานที่เกิดเหตุเป็นช่องจราจรที่มีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถใช้เครื่องกั้นถนนแบบอัตโนมัติได้

“เส้นทางดังกล่าวเป็นเขตเมืองภายใน การรถไฟมีการจำกัดความเร็วไว้ เส้นทางที่เกิดเหตุสามารถเดินได้ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนผลอ่านแถบความเร็ว จะส่งให้ตำรวจเพื่อประกอบสำนวนคดีอีกครั้ง ส่วนตำแหน่งชน ขบวนรถไฟออกจากคลองตันความเร็วเริ่มที่ 40 กม./ชม. มีการวิ่งผ่านเครื่องกั้นความเร็วเฉลี่ย 30-35 กม./ชม. ตำแหน่งก่อนถึงจุดเกิดเหตุ 118 เมตร ความเร็วที่ 34 กม./ชม. มีกราฟความเร็วตก น่าจะเป็นการสั่งห้ามเบรกฉุกเฉิน ลงมาอยู่ที่ความเร็ว 28 กม./ชม. ในตำแหน่งที่ชนกับรถเมล์ เป็นตำแหน่งกิโลเมตรที่ 0 กม./ชม. ที่ประมาณ 80 เมตร ห่างจากจุดที่เกิดอุบัติเหตุ

ด้านอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า รถไฟสินค้าใช้ความเร็ว 60 กม./ชม. แต่กรณีวิ่งในเขตกรุงเทพฯ จะใช้ไม่ถึง 60 กม./ชม. ดังนั้น ภายใต้สภาวะของรถบรรทุกปกติทั่วไป ต้องพิสูจน์กันอีกทีว่า จะเบรกได้ที่ความเร็วเท่าไรกันแน่ ทางกรมเป็นผู้ควบคุมระยะเบรกปลอดภัย ไม่ใช่ระยะเบรกทางทฤษฎี ต้องอาศัยเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่อยู่ๆ จะให้เบรกได้เลย ต้องค่อยๆ เบรก ไม่เช่นนั้น ก็มีโอกาสที่รถไฟจะตกรางสูง ตัวหัวรถจักรมีอายุ 30 ปี

“ส่วนแคร่เบรกรถไฟ มีตัวเบรกที่ทั้งสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ แต่ละแคร่มีน้ำหนัก 18 ตัน คูณไป 20 แคร่ หัวรถจักรมีน้ำหนัก 80 ตัน จะต้องสั่งเบรกไปทีแคร่ ไม่ใช่เบรกพร้อมกันทุกตัว จากหัวรถจักรไปถึงแคร่ทุกแคร่ จนล้อหยุดก็ใช้เวลาหลายวินาทีพอสมควร ดังนั้นต้องทดเรื่องนี้เข้าไปในระยะห่างปลอดภัย

ในทางทฤษฎี หรือที่มีการเถียงกันในโซเชียลว่ามันเบรกได้ แต่เราลองเอาวิจารณญาณ หรือส่งเข้าไปถาม Chat GPT ง่ายๆ ก็ได้ หรือลองให้เด็กมัธยมคำนวณดูว่ามันจะหยุดรถไฟได้ภายใน 100 เมตร 200 เมตร ได้หรือเปล่า ในแง่ของกรมการขนส่งทางราง เราคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนที่สูงที่สุด ดังนั้นระบบเบรกจะต้องเป็นกิโลเมตร ไม่ใช่จะบอกว่าเบรก 100 เมตรแล้วจะเอาอยู่” อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าว

รักษาการผู้ว่า รฟท. ชี้แจงว่ารถไฟมีระยะเบรกหลายประเภท และมวลของขบวนรถไฟแต่ละขบวนไม่เท่ากัน ซึ่งฝ่ายความปลอดภัยของ รฟท. ได้กำหนดระยะเบรกไว้ที่ 1,000 เมตร เป็นระยะที่ต้องมองเห็นเสาสัญญาณและให้บวกระยะเวลาการตัดสินใจ ซึ่งการใช้เบรกฉุกเฉินของรถไฟ กรณีเลวร้ายที่สุดต้องอยู่ในระยะ 750 เมตร