เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 69 ที่หน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 (ตชด.235) พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (ผบก.ตชด.2) พร้อมด้วย นายนิมิต ปัทมเจริญ ปลัดจังหวัดนครพนม พ.ต.อ.สำเนาว์ กรุยกระโทก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม) นายสุขสันติ วิเวก นายอำเภอเรณูนคร พ.ต.อ.ศักดิ์ดา นาคประสิทธิ์ ผกก.สภ.เรณูนคร พ.ต.ท.อนุสรณ์ แสนสิ่ง รอง ผกก.ฯ หัวหน้าชุด ตชด.235 และ พ.ต.ท.อุดร สุนนทราช ผู้บังคับกองร้อย ตชด.235 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ประมาณ 270 กิโลกรัม รถยนต์เก๋ง 1 คัน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 270 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตชด.235 สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ประชุมวางแผนร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง และกระจายกำลังตั้งจุดเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่น SOLUNA สีเทา ทะเบียนจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นรถเป้าหมายตามรายงานสายข่าว กำลังวิ่งอยู่บนถนนบายพาสหลังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครพนม ลักษณะขับช้าและจอดริมไหล่ทางคล้ายผู้ขับขี่กำลังใช้โทรศัพท์
ต่อมา รถคันดังกล่าวได้ขับต่อไปตามเส้นทางรอง เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างใกล้ชิดจนถึงสามแยกเรณูนคร และพบว่ารถได้เลี้ยวเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 2105 สายศิลา–เรณูนคร จึงประสานตั้งจุดสกัดบริเวณเขตเทศบาลตำบลเรณูนคร อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ก่อนสามารถสกัดจับรถได้สำเร็จ โดยพบคนขับเป็นหญิง ทราบชื่อภายหลังคือ นางหมิว (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ชาวตำบลกุรุคุ อำเภอเมืองนครพนม มีอาการตื่นตกใจอย่างหนักจนปัสสาวะราดกางเกง

จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบบรรจุยาไอซ์รวม 6 ใบ วางอยู่บริเวณเบาะหน้าและท้ายรถ รวมของกลางน้ำหนักประมาณ 270 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวส่งสอบสวนที่กองร้อย ตชด.235 อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเบื้องต้นว่า รู้จักกับชาวลาวที่เคยร่วมงานกันมาก่อน ก่อนหันไปประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยาง เนื่องจากมีภาระครอบครัว ทั้งมารดาป่วยเป็นโรคไต และบุตรอยู่ในวัยเรียน ช่วงเปิดเทอมมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงติดต่อเพื่อนชาวลาวและได้รับการชักชวนให้ขนยาไอซ์ โดยจะได้รับค่าจ้างกระสอบละ 10,000 บาท รวม 6 กระสอบเป็นเงิน 60,000 บาท
โดยมีการนัดหมายให้ไปรับของกลางที่ริมถนนสายหนึ่ง จากนั้นมีรถมาส่งมอบยาเสพติดและสั่งให้ขับรถไปตามเส้นทางที่กำหนด โดยจะมีผู้ติดต่อแจ้งเส้นทางเป็นระยะ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ก่อนถึงจุดหมาย และครอบครัวยังไม่ทราบเรื่องการถูกจับกุม
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ พบผลเป็นสีม่วง ผู้ต้องหารับว่าเสพยาบ้ามาก่อน 2 เม็ดก่อนออกเดินทาง จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย”
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เรณูนคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับยาไอซ์ของกลาง บรรจุอยู่ในถุงชาจีนตรา 666 “เตียกวนอิน” ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกกันน้ำ คาดว่ามีปลายทางลำเลียงไปยังประเทศที่สามในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีมูลค่าเพิ่มจากกิโลกรัมละประมาณ 300,000 บาท เป็นราว 1,000,000 บาทในตลาดปลายทาง



