เมื่อวันที่ 20 พ.ค. พ.ต.อ.วันชัย วงศ์วาณิชอนันต์ ผกก.สน.ดอนเมือง สั่งการให้ พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.ภาคิน ดอกไม้ พ.ต.ท.ชยพัทธ์ หีบทอง สว.สส.สน.ดอนเมือง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวน สภ.โนนสูง ร่วมกันจับกุมตัวนายธงชัย (สงวนนามสกุล) หรือ “แป๊ะ ไทรน้อย” อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2583/2569 ลงวันที่ 7 พ.ค. 69 ฐาน “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยจับกุมได้บริเวณห้องพักรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.ดอนหวาย อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เวลาประมาณ 12.30 น. (19 พ.ค.)

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 69 ทางฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ลอตเตอรี่ ปากซอยเทิดราชัน 13 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ก่อนขี่ จยย.หลบหนีไป ชุดสืบสวน สน.ดอนเมือง จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับและติดตามตัวผู้ก่อเหตุเรื่อยมา

กระทั่งต่อมาวันที่ 19 พ.ค. รับแจ้งจากสายลับว่า พบชายลักษณะตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับรายนี้ เข้าเปิดห้องพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.ดอนหวาย อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา จึงประสานฝ่ายสืบสวน สภ.โนนสูง เฝ้าสังเกตการณ์พร้อมนำกำลังเดินทางไปร่วมตรวจสอบ พบตัวนายธงชัย อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับอยู่ในห้องพัก โดยยอมรับว่าเป็นบุคคลในหมายจับจริง และเป็นผู้ก่อเหตุตามภาพกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สน.ดอนเมือง

เบื้องต้น นายธงชัย ให้การยอมรับว่า ตอนนี้มีอาชีพรับจำนำรถ ส่วนรถที่ก่อเหตุเป็นรถที่รับจำนำไว้ ซึ่งหลังก่อเหตุได้ให้เจ้าของมาไถ่คืนไปแล้ว ยอมรับว่ามีป้ายทะเบียนไว้เปลี่ยน 3-4 แผ่น โดยวันที่มาก่อเหตุในพื้นที่ สน.ดอนเมือง ตนออกมาเก็บดอกเจ้าของรถเอ็นแม็กคันที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งจำนำไว้ 18,000 บาท โดยนัดกันใกล้ที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้ขี่รถเพื่อจะกลับบ้านแต่มาพบผู้เสียหายพอดี ทีแรกตั้งใจจะซื้อลอตเตอรี่ ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นคิดอะไรจึงก่อเหตุ ได้ลอตเตอรี่ และเงินสด 2,000 บาทไป ระหว่างทางได้ทิ้งมือถือ และนำทะเบียนรถที่เตรียมไว้ปิดทับ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ เมื่อสอบถามว่าเคยใช้อุบายว่าจะให้รถไฟฟ้า แต่ต้องซื้อแบตเอง ด้วยหรือไม่ ผู้ต้องหากลับไม่ตอบคำถาม แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

มีรายงานข่าวระบุว่า ระหว่างสอบปากคำทางผู้ก่อเหตุได้ลุกไปนั่งคุกเข่าสาบานต่อหน้าหิ้งพระภายในห้องสืบสวน ว่าขอสาบานต่อหน้าพระว่าจะไม่กลับมาก่อเหตุในพื้นที่ดอนเมืองอีก

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากพบว่าคนร้ายรายนี้มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี หลังก่อเหตุจะมีการเปลี่ยนชุด และสลับป้ายทะเบียนรถที่ใช้หลบหนี รวมถึงใช้เส้นทางลัดต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิด จากนั้นฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง จึงประสานข้อมูลกับฝ่ายสืบสวนของ สภ.ปากเกร็ด จนพบว่าคนร้ายรายนี้น่าจะเป็นรายเดียวกันที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ลอตเตอรี่จากคนพิการในซอยวัดกู้ พื้นที่ สภ.ปากเกร็ด ช่วงบ่ายวันที่ 9 พ.ค. 69 ซึ่งคนร้ายอ้างว่าจะเอามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาให้แต่แบตเตอรี่ไม่มี ให้จ่ายเงิน 2,000 บาท เพื่อไปซื้อแบต โดยบอกว่าไม่ต้องกลัวโดนหลอกเพราะเป็นเพื่อนกับครูที่โรงเรียน ตอนนั้นผู้เสียหายไม่มีเงินสด จึงหลอกให้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม จำนวน 4,000 บาท ก่อนจะแย่งเงินแล้วขับรถหนีไปต่อหน้าต่อตา

นอกจากนี้ยังพบว่าคนร้ายนี้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ครั้ง ในพื้นที่ข้างเคียง สภ.ปากเกร็ด 2 ครั้ง สภ.ชัยพฤกษ์ 2 ครั้ง สภ.เมืองปทุมธานี 1 ครั้ง และสภ.พุทธมณฑล 1 ครั้ง จึงฝากประชาสัมพันธ์หากผู้เสียหายรายใดเคยถูกคนร้ายก่อเหตุโดยใช้อุบายทำทีขอซื้อลอตเตอรี่ และจะให้รถไฟฟ้าแต่ต้องเสียค่าแบต 2 พัน-4 พันบาทเอง สามารถแจ้งความเพื่ออายัดตัวดำเนินคดีได้ที่สน.ดอนเมือง

ด้าน ลุงไพโรจน์ พ่อค้าลอตเตอรี่ วัย 72 ปี ที่เดินทางมาชี้ตัวคนร้าย ได้เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เหตุการเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 69 เวลาประมาณ 06.30 น. ตนเองเพิ่งออกจากบ้านมาเพื่อที่จะไปขายลอตเตอรี่ บริเวณปากซอยเทิดราชัน 13 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. คนร้ายมาทำทีขอซื้อลอตเตอรี่ แล้วหยิบไป 1 ชุด ก่อนจะชวนคุยโดยบอกว่า “อยากได้รถไฟฟ้ามั้ย เป็นทหารอยู่ในค่ายจะนำมาให้ แต่ต้องซื้อแบตมาใส่ แต่ตนเองปฏิเสธไปเพราะขับรถไม่เป็น จากนั้นคนร้ายได้หยิบลอตเตอรี่ไปอีก 1 ชุด แต่ก็ยังพยายามถามว่ามีเงินเท่าไหร่ พร้อมควักเงินออกมา 2 พัน ตนเองคิดว่าจะเอามาจ่ายค่าลอตเตอรี่ จึงหยิบเงินในกระเป๋าตัวเองมาเพื่อจะทอน จังหวะนั้นคนร้ายได้คว้าเอาเงินในมือ พร้อมกับลอตเตอรี่จำนวน 4 ใบไป ตนเองได้แต่ตะโกนบอกคนให้ช่วยเพราะวิ่งตามไม่ไหว

หลังทราบว่า สน.ดอนเมือง จับคนร้ายได้ก็ดีใจ รู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ไม่ทิ้งและติดตามคนร้ายมาได้ ถึงแม้คนร้ายจะอ้างว่าจะไม่ก่อเหตุแบบนี้อีกก็ตาม ตนเองไม่มีทางเชื่อเพราะเท่าที่รู้ก่อเหตุมาหลายครั้งแล้ว อยากฝากให้ระวัง อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ ขณะเดียวกันฝ่ายสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ พร้อมผู้เสียหายได้เดินทางมาชี้ตัว และอายัดตัวดำเนินคดีต่อทันที ซึ่งนายธงชัย ยอมรับว่าได้ไปก่อเหตุจริง.