สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่านายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) สมัยสามัญ ครั้งที่ 80 มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า รัสเซียกำลังตกเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา ว่าเป็นฝ่ายละเมิดหรือโจมตีน่านฟ้าของยุโรป และสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) อีกหลายแห่ง
ลาฟรอฟเน้นย้ำว่า รัสเซียไม่เคยและไม่มีเจตนาเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม หากรัสเซียเผชิญกับการรุกราน รัสเซียไม่มีทางลังเลหรือเพิกเฉยต่อการตอบโต้ พร้อมทั้งเตือนว่า ประเทศใดก็ตามที่ยิงเครื่องบินของรัสเซีย ขณะที่กำลังบินอยู่ในเขตน่านฟ้าของรัสเซียเอง “จะได้รับการตอบสนองอย่างสาสม”
เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ลาฟรอฟกล่าวว่า “การใช้กำลังอย่างผิดกฎหมายของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ และการรุกรานอิหร่าน กาตาร์ เยเมน เลบานอน ซีเรีย และอิรัก กำลังเป็นภัยคุกคาม และจะจุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่ทั่วทั้งตะวันออกกลาง” และกล่าวว่า อิสราเอล “ไม่มีข้ออ้าง” ในการหาทางผนวกดินแดนในเขตเวสต์แบงก์ การดำเนินการของอิสราเอลตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับ “ความพยายามฝังกลบมติของสหประชาชาติ ( ยูเอ็ย ) ในการรับรองรัฐปาเลสไตน์
ในประเด็นที่ยูเอ็นกลับมาคว่ำบาตรอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี หรือนับตั้งแต่มีข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน เมื่อปี 2558 ลาฟรอฟกล่าวว่า การปฏิเสธข้อเสนอของรัสเซียในการขยายเส้นตาย “เป็นการเปิดโปงแผนการร้ายตะวันตก ซึ่งมุ่งบ่อนทำลายความพยายามในการหาทางออกที่สร้างสรรค์ในยูเอ็นเอสซี” อีกทั้งยังเป็น “ความต้องการบีบบังคับและกดดันอิหร่านให้ยอมอ่อนข้อฝ่ายเดียว”.
เครดิตภาพ : AFP



