เมื่อวันที่ 28 ก.ย. “โครงการค่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนาพหุปัญญาบูรณาการสู่การคิดสร้างสรรค์ และ Soft Power” ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ.2568 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา คัดเลือกทีมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย “ ผู้ชนะที่ 1 ผลงานเด่น” จากทั้ง 4 ภูมิภาค ใน 7 สาขา ประกอบด้วย สาขาอาหาร สาขาแฟชั่นและการออกแบบ สาขาภาพยนตร์ สาขามวยไทย สาขาดนตรีสากล สาขาดนตรีไทย และสาขานาฏศิลป์ พร้อมคณะครูที่ปรึกษามาเข้าค่ายระดับชาติ ขึ้นเวทีนำเสนอผลงาน และรับเกียรติบัตร จาก นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 28 กันยายน 2568  

ตลอดระยะเวลา 2 วันของการเข้าค่าย คือ ระหว่างวันที่ 27-28 กันยายน 2568 “ทีมผู้ชนะที่ 1 ผลงานเด่น” จาก 4 ภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ของแต่ละสาขา จะได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆจากต่างภูมิภาค เข้าร่วมกิจกรรมกับวิทยากร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา มาให้คำปรึกษา ถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ให้แก่นักเรียน

ปีนี้สาขาภาพยนตร์ นักเรียน ม.ปลาย ได้รับโจทย์ให้จัดทำบทภาพยนตร์สั้น ความยาวไม่เกิน 5 หน้ากระดาษ A 4 ภายใต้แนวคิด ” สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นแผ่นดินสยาม : วิถีไทย วิถีข้าว” โดยต้องนำเสนอประวัติศาสตร์ หรือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น บูรณาการสู่การคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับ “ข้าว” และสามารถใช้นำเสนอเป็น Soft Power ของท้องถิ่นตนเองได้ พร้อมจัดทำเป็นภาพยนตร์สั้น ความยาว 5 นาที  ซึ่งผลงานภาพยนตร์ “บุญคูณลาน” ของทีม โรงเรียนบ้านไผ่ศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ขอนแก่น สามารถคว้าผู้ชนะที่ 1 ผลงานเด่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาครอง

  “ ตอนอยู่ ม.4 ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร หนูต้องการเก็บสะสมงานในพอร์ตฟอริโอเยอะๆ เข้าชุมนุม ICT ถ่ายรูป เขียนข่าวช่วยงานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน และขอครูไปอบรมโครงการนักข่าวเยาวชนไทยต้านภัยทุจริต จัดโดยช่อง 5 และพบว่าตัวเองมีไอเดียเขียนข่าวทำได้ดี จากนั้นมีโอกาสไปช่วยงานผู้ปกครองของเพื่อนในกองถ่าย ตลอดระยะเวลา 3 ปีพบว่าตัวเองชอบงานภาพยนตร์ หนูรู้สึกตื่นเต้น ภูมิใจมาก เมื่อ สพฐ.มีประกาศผลออกมา หนูร้องไห้เลย” น้องยูริ หรือ น.ส.ทักษอร กสิวัฒนา นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนบ้านไผ่ศึกษา เล่าด้วยความภาคภูมิใจ ว่า ในทีมมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน ได้แก่ นายธนพล ขวาลา นายธนกฤต วงค์จันทร์  น.ส.กิ่งเพ็ชร ขมเพ็ชร น.ส.น้ำฝน ทุนนาม และตน รับหน้าที่ทั้งผู้กำกับ เขียนบท และร่วมแสดง โดยมี ว่าที่ ร.ต.ยุทธนา แก้วชะเนตร เป็นครูที่ปรึกษาในการผลิตภาพยนตร์  ซึ่งจังหวัดขอนแก่นมีโรงเรียนขนาดใหญ่เยอะ ส่วนโรงเรียนบ้านไผ่ศึกษา เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กมีนักเรียน 100 กว่าคนเท่านั้น แต่เราก็สามารถผลิตผลงานที่ชนะรางวัลระดับประเทศได้ การมาเข้าค่ายครึกครื้น สนุกสนานมาก พบเจอแต่คนเก่งๆ บางสิ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้รู้ เช่น เรื่องมุมกล้อง การเขียนบท ก็มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดกัน และยังได้รับประสบการณ์ไปถ่ายหนังนอกสถานที่กับวิทยากร ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆเพิ่มเติม และตั้งใจว่าจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในสาขานี้  

       

“ พวกเราอยู่ในชุมนุม ICT ของโรงเรียน ได้เข้าร่วมกิจกรรมงานบุญคูณลาน หรือ บุญกุ้มข้าวใหญ่  ซึ่งเป็นงานประเพณีการสู่ขวัญข้าวของชาวอีสาน มีการทำปราสาทข้าว โดยเราใช้เวลารวบรวมเรื่องข้าว เรื่องประเพณีบุญคูณลาน มา 2 ปี ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.4 เวลาอำเภอจัดงานก็ถ่ายคลิปวิดีโอต้นฉบับ เก็บฟุตเทจไว้ คิดว่าจะมีโอกาสได้ใช้สักวัน พอดีกับที่ สพฐ.มีโครงการนี้ จึงนำมาพัฒนาบูรณาการ ใช้การแสดงเสริม ถ่ายทอดให้รู้จักเรื่องราวของข้าว รู้หลักคำสอน ประเพณี และเป็น Soft Power เชิญชวนให้คนมาเที่ยวในอำเภอของเรา ที่สำคัญประเพณีนี้มีมานานก็จริง แต่ถ้าคนรุ่นใหม่ไม่อนุรักษ์ไว้ ประเพณีนี้ก็จะสูญหายไป พวกจึงยกเรื่องนี้มาให้เด็กรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญและสืบสานต่อไปให้คงอยู่ ” น้องยูริ บอกถึง ไอเดียที่มาของผลงานภาพยนตร์ ‘บุญคูณลาน’ 

            

ปีนี้ทีมวิทยากรสาขาภาพยนตร์ ประกอบด้วย วิทยากรถ่ายทำ ตัดต่อ กราฟฟิก นายศตายุ วาดพิมาย นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ตาก เขต 2 นายวันชนะ คชฤทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี 2 สพม.สุราษฎร์ธานี ชุมพร ว่าที่ ร.ต.ทรงศักดิ์ ศรีใส ครูชำนาญการ โรงเรียนคลองบางน้ำจืด สพป.สมุทรปราการ เขต 2 โดยมี “อาจารย์ทราย” หรือ นางสาวสิริกานต์ ไชยสิทธิ์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาอาจารย์สู่ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน รับหน้าที่เป็น วิทยากรให้คำปรึกษา ให้ความรู้เรื่อง บทภาพยนตร์ การเป็นผู้ผลิต การเป็นผู้รับผิดชอบการผลิตทุกขั้นตอน ซึ่งวิทยากรทุกคน ตั้งใจทุ่มเทให้ความรู้กับนักเรียนในค่าย เด็กได้เรียนรู้จักการปฏิบัติงานจริง และได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ซึ่ง “อาจารย์ทราย” บอกว่า นักเรียนที่มาเข้าค่ายมีพื้นฐานดี โดยคณะวิทยากรได้เติมเต็มในบางด้านให้นักเรียน เช่น รูปแบบของภาพยนตร์ ธีมของเรื่อง แก่นของเรื่อง มุมภาพ มุมกล้อง เป็นต้น  

พูดได้ว่าค่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนาพหุปัญญาบูรณาการสู่การคิดสร้างสรรค์ และ Soft Power ครั้งที่ 3 ก้าวไปอีกขั้น