เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อดีตกรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ อดีตวุฒิสมาชิกและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ เมื่อเวลา 02.09 น. ของวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ สิริอายุ 98 ปี

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2470 เป็นผู้มีบทบาทสำคัญผู้หนึ่งในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย บิดา คือ พระยาอิศรพงษ์พิพัฒน์ (หม่อมหลวงศิริ อิศรเสนา) มารดาคือ หม่อมหลวงสำลี อิศรเสนา (นามสกุลเดิม กุญชร) และเป็นหลานปู่ เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (หม่อมราชวงศ์เย็น อิศรเสนา) อดีตเสนาบดีกระทรวงวัง

การศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2479 เข้ารับการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ เลขประจำตัวนักเรียน ท.ศ.5270 ป.และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่วชิราวุธวิทยาลัย เข้ารับการศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2493 ได้รับวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (ไฟฟ้า) (เกียรตินิยม) จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและในปีถัดมาในปี พ.ศ. 2494 ได้รับวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (เครื่องกล) คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกหนึ่งสาขา และได้เดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา และในปี พ.ศ. 2497 ได้รับวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตในสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

ในปี พ.ศ. 2529 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เสนอให้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในปี พ.ศ. 2535 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เสนอให้ได้รับปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งในปี พ.ศ. 2542 ได้รับเกียรติจากทางวิทยาลัยโยนกเสนอให้ได้รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ วิทยาลัยโยนกนับว่าได้รับเกียรติให้เป็นด๊อกเตอร์กิตติมศักดิ์จาก 3 แห่ง

ชีวิตครอบครัว สมรสกับนางบุนนาค อิศรเสนา ณ อยุธยา มีบุตร 1 คน คือ นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด

ในด้านหน้าที่การทำงาน นายพารณ ได้เข้าเริ่มทำงาน อยู่ที่บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทยนานถึง 12 ปี และได้เข้าร่วมงานกับทางกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย ดำรงตำแหน่งจากผู้บริหารระดับกลาง จนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรแห่งนี้ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) เน้นในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้มีความพร้อมสามารถแข่งขันและดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงต่อมา

และจากความรู้ความสามารถได้รับการยอมรับให้เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชินวัตร รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานกรรมการ มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการอำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย รองประธานกรรมการ มูลนิธิไทยคม ที่ปรึกษา คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การเพิ่มผลผลิตของประเทศ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการดำเนินการปฏิรูปการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. พ.ศ. 2551 เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นหนึ่งในร้อยท่านที่ได้รับรางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นประจำปี 2550 และท่านได้เป็นผู้บุกเบิกและริเริ่มโรงเรียนดรุณสิกขาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนในแนว Constructionism ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆคิดได้ตัวตนเอง ในวันที่ 1 ส.ค. พ.ศ. 2560 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ