สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีผู้เสียชีวิตเพราะดื่มเหล้าปลอมในรัสเซียไม่ต่ำกว่า 25 รายและผู้ที่ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีกหนึ่งราย หลังจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายราคาถูกในประเทศรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ถูกกฎหมายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอันเป็นผลกระทบจากสงคราม

เหล้าวอดก้าเถื่อนดังกล่าวจำหน่ายในราคาขวดละ 90 เพนนี (ราว 38 บาท) ตรวจสอบพบว่ามีการผสมเมทานอลเข้าไปในเหล้า คาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ตายทั้ง 25 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคเลนินกราดของรัสเซีย ทางเจ้าหน้าที่หวั่นเกรงว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก

หน่วยงานสืบสวนหลักของรัสเซียระบุว่า ผลการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต 6 รายระบุว่า พบปริมาณเมทานอลในระดับสูงหรือถึงขั้นเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตในร่างกายของผู้เสียชีวิต

โอลกา สเตปาโนวา ผู้จัดหาสุราเถื่อน

ต่อมา ตำรวจได้จับกุม โอลกา สเตปาโนวา ครูโรงเรียนอนุบาลวัย 60 ปี ในข้อหาจัดหาสุราเถื่อนให้ชายคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาได้นำวอดก้าปลอมดังกล่าวไปขายต่อในราคาถูก โดยมีรายงานว่า ภรรยาของชายผู้ขายรายนี้ก็เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตด้วยเช่นกัน 

นอกจากนี้ ตำรวจยังจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 8 ราย ในข้อหาผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์ปลอมร้ายแรงโดยเป็นการผลิตเองที่บ้าน

รายงานข่าวของรัสเซียระบุว่า ขณะนี้มีการยึดแอลกอฮอล์ปลอมได้แล้วกว่า 1,000 ลิตร

เมทานอลเป็นแอลกอฮอล์ชนิดที่กินไม่ได้ มักพบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, เชื้อเพลิง, และสารป้องกันการแข็งตัวในอุณหภูมิเย็นจัด แม้จะมีลักษณะคล้ายกับ เอทานอลซึ่งใช้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วไป แต่เมทานอลมีพิษต่อมนุษย์มากกว่าอย่างมาก 

แม้ร่างกายได้รับเมทานอลในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดปัญหาทางสายตา ทำลายระบบประสาทส่วนกลางอย่างถาวร หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือ เสียชีวิตได้ทันที และเนื่องจากเมทานอลไม่มีรสชาติ และมีกลิ่นเพียงจาง ๆ จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่า มีการปนเปื้อนของเมทานอลในสุราหรือเครื่องดื่มหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีการนำสารเคมีนี้มาใช้ผลิตสุราตามบ้านหรือสุราปลอมเพื่อลดต้นทุนการผลิต มักพบในสุราท้องถิ่นที่ผิดกฎหมายหรือเครื่องดื่มค็อกเทลราคาถูกที่ไม่มีการตรวจสอบ

ตามข้อมูลขององค์กรการกุศล Doctors Without Borders (MSF) เมทานอลเพียง 30 มิลลิลิตรที่เข้าสู่ร่างกาย ก็อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบและเข้ารับการรักษาภายในเวลา 10 – 30 ชั่วโมงหลังการบริโภค ผู้ป่วยก็ยังมีโอกาสรอดชีวิตได้

ที่มา : thesun.co.uk

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Social Media