เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตนได้ฝากเลขาธิการกพฐ.และผู้บริหารสพฐ.ชุดใหม่ได้ดูระบบการย้ายครูผ่าน Teacher Rotation System หรือ TRS  ซึ่งเป็นระบบออนไลน์สำหรับการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งผ่าน จัดการ และประมวลผลข้อมูล ทำให้กระบวนการย้ายมีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นระบบที่ดีแต่การใช้เทคโนโลยีมาช่วยใช้ดุลยพินิจในการย้ายบุคคลยังไม่มีความสมบูรณ์เท่าที่ควร เนื่องจากมนุษย์เป็นพฤติกรรมศาสตร์ที่ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้  

“ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ก็รับทราบเสียงสะท้อนในประเด็นนี้ของครูและผู้บริหารโรงเรียนจากการลงพื้นที่อยู่ตลอด เพราะจากเดิมการยื่นย้ายผ่านระบบเดิม คือ ย้ายตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือว18 นั้น มีครูยื่นขอย้าย จำนวน 20,000 คน และสามารถย้ายกลับบ้านได้ถึง 10,000 คน ขณะที่ระบบ TRS มีครูยื่นขอย้าย 30,000 คน แต่มีครูย้ายกลับบ้านได้เพียง 1,000 คนเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ครูยื่นขอย้ายได้น้อยลงกว่าเดิม โดยเฉพาะการยื่นขอย้ายกรณีต่อเนื่อง คือ รูปแบบการย้ายที่เกิดขึ้นตามคำร้องของผู้ขอย้ายเอง ซึ่งไม่ใช่กรณีพิเศษหรือย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ดังนั้นขณะนี้จึงแจ้งขอชะลอระบบ TRS ไว้ก่อน เพื่อปรับปรุงระบบให้มีความสมบูรณ์และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยระหว่างนี้ให้กลับไปใช้เกณฑ์การย้ายครูผ่าน ว18 เช่นเดิมก่อน”  เลขาธิการกพฐ.กล่าว

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อไปว่า  นอกจากนี้ตนยังได้ฝากเลขาธิการกพฐ.คนใหม่เรื่องการประเมินผลงานวิทยฐานะที่จะต้องมีความเชื่อมโยงระหว่างผู้อ่านและผู้ส่งผลงานด้วย เช่น  ครูอาชีวะขอเลื่อนและมีวิทยฐานะผู้ที่จะเข้ามาประเมินจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านอาชีวศึกษา เพราะหากเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ได้มาจากสายงานอาชีวะก็อาจจะไม่เข้าใจผลงานนั้นๆได้  ขณะเดียวกันวัดตัวชี้การประเมินวิทยฐานะควรจะมีตัวชี้วัดที่ตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพผู้เรียนไม่ใช่ไปให้น้ำหนักของการทำวิจัย  ขณะเดียวกันเรื่องการผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… การนำวิชาประวัติประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองมาสอนอย่างจริงจังและพัฒนารูปแบบการสอนให้เด็กเรียนประวัติศาสตร์แบบสร้างสรรค์ให้เด็กคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ในประวัติศาสตร์ของตนเองแบบเชิงสร้างสรรค์มากกว่าเชิงร้าวฉาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ตนฝากเลขาธิการกพฐ.คนใหม่ให้ขับเคลื่อนต่อด้วย