สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงอันตานานารีโว ประเทศมาดากัสการ์ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า ประชาชนหลายพันคนรวมตัวกันบนท้องถนนในมาดากัสการ์ เพื่อประท้วงปัญหาขาดแคลนน้ำและไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลให้ตำรวจตอบโต้อย่างรุนแรงด้วยการยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง เพื่อสลายฝูงชนที่ถูกเรียกร้องให้เคลื่อนไหวบนสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านขบวนการ “เจนซี”

การประท้วงที่ยาวนานหลายวัน ซึ่งส่วนใหญ่นำโดยกลุ่มผู้ชุมนุมวัยรุ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย และผู้บาดเจ็บมากกว่า 100 คน ตามรายงานของยูเอ็น ซึ่งรัฐบาลมาดากัสการ์ปฏิเสธว่า ข้อมูลข้างต้นไม่ได้รับการยืนยัน และ “อ้างอิงจากข่าวลือ”

“ผมตัดสินใจยุติการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีมาดากัสการ์ และรัฐบาลอันตานานารีโว จนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยผู้ที่อยู่ในตำแหน่งจะทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีรักษาการ” ราโจเอลินา กล่าวในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ พร้อมกับเสริมว่า การรับสมัครนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะดำเนินการภายใน 3 วัน ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

africanews

อนึ่ง มาดากัสการ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศยากจนที่สุดในโลก แม้มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาลก็ตาม เผชิญกับการลุกฮือของประชาชนบ่อยครั้ง นับตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราชเมื่อปี 2503 ซึ่งรวมถึงการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2552 ที่ทำให้อดีตประธานาธิบดีมาร์ก ราวาโลมานานา ต้องลาออกจากตำแหน่ง

ขณะที่ นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น ประณามมาดากัสการ์ จากการตอบสนองอย่างรุนแรงต่อการประท้วง และเรียกร้องให้ทางการรับประกันการเคารพเสรีภาพในการแสดงออก และการชุมนุมอย่างสงบ หลังมีรายงานผู้ประท้วงถูกจับกุมอย่างน้อยหนึ่งคน และเกิดการปล้นสะดมในวงกว้างตลอดทั้งคืน.

เครดิตภาพ : AFP