เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ห้องพิจารณา 404 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขเลขดำที่ อ.107/2568  ที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอรรถพล บัวพัตน์ หรือ ครูใหญ่ นักกิจกรรมทางการเมือง ในความผิด ม.112 จากการปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ในวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และการปกครองพระสงฆ์

นายอรรถพลถูกจำคุก 2 ปี ในคดี 112 ที่ศาลภูเขียวก่อนหน้านี้ โดยได้ย้ายมาควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรอการพิจารคดี และในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายอรรถพล เข้ามาฟังคำพากษาด้วย

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี เป็นผู้ร้องกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม ราชบุรี ว่าจำเลยกระทำการผิดมาตรา 112 ในการปราศัยที่แยกราชประสงค์ กระทั่งมีการโอนคดีมาที่ สน.ลุมพินี และมีการแจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 โจทก์มีพยานหลักฐานเป็นซีดีบันทึกการปราศรัยของจำเลยและมีพยานบุคคลเป็นนักวิชาการทางกฎหมาย ผู้ที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์เข้ามาเบิกความ มีน้ำหนักน่าเชื่อถือว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้

พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการดูหมิ่น อาฆาต มาดร้าย พระมหากษัตริย์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นระยะเวลา 3 ปี และให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขแดง อ.2038/2566 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 9 เดือน และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1155/2567 ของศาลจังหวัดภูเขียวที่ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าขณะที่ ศาลจังหวัดธัญบุรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน (ปชน.) ในความผิด ม.112 คดีนี้ศาลจังหวัดธัญบุรี พิพากษาจำคุก น.ส.ชลธิชา จำเลย 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ก่อนได้ปล่อยชั่วคราว ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ก่อนที่ต่อมาจำเลยยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลจังหวัดธัญบุรี พิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท