เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วย นายอัครา พรหมเผ่า รมว. รวมถึงรัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรม และนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาหลักประกันและบริการทางสังคม รวมถึงการรณรงค์เนื่องในวันอยู่อาศัยโลก โดยเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาบรรจุประเด็นการจัดสรรที่ดินสาธารณะเพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และขอให้ ร.อ.ธรรมนัส ทำหน้าที่ประธานในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยตนเอง

นอกจากนีั ยังได้รับหนังสือจากคณะทำงานขับเคลื่อนสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า 450 องค์กร และเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)  เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการพัฒนาหลักบริการทางสังคม เน้นเรื่องเงินอุดหนุนเด็กอายุ 0-6 ปีซึ่งใช้งบประมาณ 6 พันล้านบาท คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณปี 2568 และการใช้งบสนับสนุนเบี้ยความพิการปรับเพิ่มจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท ซึ่งใช้งบฯ ประมาณ 3 พันล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าระยะเวลา 4 เดือนสามารถทำได้

นางสุนีย์ ไชยรส ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า กล่าวว่า ขอขอบคุณกระทรวง พม.ที่วางกรอบว่ามีเงินที่ใช้ผลักดันส่วนนี้แล้ว มีเด็กอยู่ทั้งหมด 3.3 ล้านคน แต่ได้เงินอุดหนุนเพียง 2.3 ล้านคน ใช้เงินอุดหนุน 6 พันล้านบาท จะสามารถครอบคลุมเด็กได้ทั้งหมด ส่วนคนพิการใช้งบเพิ่มอีก 2 พันกว่าล้านบาท ซึ่งทราบว่า พม.ได้ทำข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเด็กที่ขึ้นทะเบียน ใช้เงินส่วนไหน จึงอยากขอให้ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรองนายกฯ เดินหน้าดันโครงการต่อได้เลย

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องเก่าที่คณะกรรมการแต่ละคณะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนพิการหรือเด็กถ้วนหน้า ได้เห็นชอบอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ผ่านและไม่สำเร็จเนื่องจากงบฯ ไม่ได้บรรจุในแผนงบฯ โดยเฉพาะแผนงบฯ ปี 2569 ดังนั้นสิ่งที่เราจะแก้ไขโดยกรอบเวลารัฐบาลชุดนี้ คือเราต้องทำอย่างเร่งด่วน ตน และนายอัคราตลอดจนส่วนเกี่ยวข้องจะไม่เริ่มนับหนึ่ง แต่เราจะสานต่อสิ่งที่คณะกรรมการเห็นชอบและเกิดประโยชน์กับประชาชนทั้งสองกลุ่ม ซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่รัฐต้องรับผิดชอบ หลังจากวันนี้ตนจะมอบให้นายอัคราดำเนินการเร่งประชุมและจะนำเสนอ ครม.ให้เร็วที่สุด เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้กับประชาชนให้เกิดเป็นผลโดยเร็วที่สุด

ขณะที่ นายอัครา กล่าวว่า สิ่งที่เราพยายามขับเคลื่อนคือ การนำงบฯ ของรัฐมาเพิ่มในส่วนของสวัสดิการสังคม ตนดีใจที่ได้รับโอกาสมาทำงานตรงนี้ เพราะทราบถึงปัญหาดี สมัยที่ตนเป็น นายก อบจ. เราดูแลตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเสียชีวิต ปัญหาเรื่องงบฯ เยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องของคน เราอาจจะโยกงบฯ จากโครงสร้างพื้นฐานมาดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งตนเชื่อว่า รัฐบาลจะจัดสรรงบฯ ในส่วนนี้ลงมาดูแลประชาชนกลุ่มนี้ เพราะเป็นงบฯ ที่น้อยนิดมากหากนำไปเทียบกับการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง หลังจากนี้ ตนหวังว่า ทุกคนจะได้เห็นบทบาทหน้าที่การทำงานของตนที่เติบโตมาจากท้องถิ่น จนเข้าใจถึงปัญหาเป็นอย่างดี.