สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า นายวิกรม มีศรี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กล่าวว่า อินเดีย ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของภูฏาน มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของประเทศให้ทันสมัย
“โครงการทางรถไฟดังกล่าว จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนชาวภูฏาน โดยพื้นที่ทั้งหมดจะเชื่อมต่อกัน และการเคลื่อนย้ายสินค้าจำนวนมาก ซึ่งใช้เวลานานหลายวันในปัจจุบัน จะเริ่มใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง” นายอัศวินี ไวษณวะ รมว.การรถไฟอินเดีย กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ทางรถไฟสายแรก ความยาว 69 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 34,560 ล้านรูปีอินเดีย (ราว 12,600 ล้านบาท) จะเชื่อมต่อเมืองโกกราจาร์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย กับเมืองเกเลพูของภูฏาน ที่มีประชากรราว 10,000 คน และตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนอินเดีย
ส่วนทางรถไฟสายที่สอง ระยะทาง 20 กิโลเมตร และคาดว่าจะใช้งบประมาณ 5,770 ล้านรูปีอินเดีย (ราว 2,100 ล้านบาท) จะเชื่อมต่อเมืองซัมตเซ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูฏาน กับเมืองบานารัต ทางตะวันออกของอินเดีย
แม้ภูฏานเป็นประเทศที่มีประชากรไม่ถึง 800,000 คน ตั้งอยู่ระหว่างจีนกับอินเดีย และเป็นที่รู้จักจากนโยบายซึ่งให้ความสำคัญกับความสุขมวลรวมประชาชาติ (จีเอ็นเอช) มากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลทิมพู หวังที่จะพัฒนาเมืองเกเลพูให้เป็นเขตเศรษฐกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยมีทางรถไฟสายใหม่เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนา.
เครดิตภาพ : AFP



