ที่อาคารอเนกประสงค์ อบต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ในฐานะรองปธ.กมธ.เกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นตัวแทนคณะกมธ.เกษตร จัดโครงการสัมมนาใน “การเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยการจัดการ ดินและปุ๋ยอย่างยั่งยืน” ให้แก่เกษตรกรที่ทำนา โดยได้รับเกียรติจาก สส.ณรงเดช อุฬารกุล ประธานคณะกมธ.เกษตร มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนา พร้อมด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาสมาคมดินและปุ๋ยแห่ง ปทท. รศ.ดร.สุมิตรา  ภู่วโรดม ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ดินและธาตุอาหารพืช โดยมีเกษตรกรที่ทำนาเข้าร่วมโครงการสัมมนาครั้งนี้  จำนวน 300 คน

ซึ่งรศ.สุมิตรา ได้เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้และตอบคำถามให้แก่เกษตรกรผู้ทำนา ในการแก้ไขปัญหาในการแก้ไขดินเป็นกรด วัดค่า ph ด้วย ให้ได้ประมาณ 5 รวมทั้งการหยุดเผาตอฟางข้าวเพราะฟางและตอซังข้าวเป็นแหล่งรวมของปุ๋ยและเป็นอินทรียวัตถุที่ดี ในอนาคตดินจะดีขึ้นเรื่อยๆ หากใช้จุลินทรีย์หมักนา ใส่ปุ๋ยลงไปด้วยระหว่างหมักนาจะยิ่งดีเพราะนอกจากเป็นปุ๋ยรองพื้นให้เมล็ดข้าวที่หว่าน(เหมือนเด็กอ่อนได้กินนมเป็นอาหารทันทีเลย)แล้ว ตัวปุ๋ยยังช่วยย่อยสลายตอซังด้วย ดังนั้นจึงใช้เวลาย่อยสลายเพียง 7-10 วัน ดินก็ยุ่ยหมดแล้ว สำหรับปุ๋ยที่ใช้ ให้ใช้สูตรเดียวคือ 25-7-14 สำหรับข้าวไม่ไวแสง หรือข้าวนาปรังแถวจังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับข้าวนาปีเป็นข้าวไวแสง ให้ใช้สูตร 20-8-20 ช่วงเวลาการใส่ปุ๋ย ปริมาณ 10 กก./ไร่ ในระหว่างหมักนา ใส่ปุ๋ยรอบ 2 ช่วงข้าวแตกกอ ปริมาณ 20 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยรอบ 3 ช่วงข้าวตั้งท้องปริมาณ 20 กก./ไร่ หว่านข้าว 20 กก./ไร่ เพื่อป้องกันการเกิดโรคและจะได้ไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง ปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 ไม่ควรใช้เพราะมีแต่ ไนโตรเจน อย่างเดียว ข้าวต้องการตัวอื่นด้วย ปุ๋ยสูตร 16-20-0 ที่อเมริกาผลิตออกมาขายเราหลายสิบปีแล้วนั้น อเมริกาเองก็เปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะการปลูกข้าว NPK ตัว K คือโปแตสเซียมนั้นมีความสำคัญต่อข้าวมาก หากทำแบบนี้ ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้มอบจุลินทรีย์ พาวเวอร์ไฟฟ์ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้อีกด้วย