เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มมากขึ้น และระดับน้ำใน แม่น้ำน้อย รวมถึงคลองสาขาหลายแห่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 10 เซนติเมตร โดยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

โดยที่ชุมชนหมู่ 1 ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมเป็นเวลากว่า 1 เดือน ถนนทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วมขังสูง จนสวนกล้วยที่ชาวบ้านเพาะปลูกยืนต้นเสียหายทั้งหมดแล้ว
นางคำนึง เสือโฮก อายุ 70 ปี เล่าว่า น้ำท่วมสูงจนถึงชั้นสอง ต้องติดตั้งนั่งร้านเก็บของหนีน้ำ และต้องอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวงสัตว์มีพิษ เคยพบงูเห่าเลื้อยเข้าบ้าน และได้ยินข่าวว่ามีการพบจระเข้ในหมู่บ้านใกล้เคียง ทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ

นางสุนีย์ ศิริวัฒวงค์ อายุ 73 ปี แสดงความเครียดเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน จนต้องลอยคอไปขยับข้าวของหนีน้ำทั้งที่บุตรหลานห้ามไว้ เพราะกลัวข้าวของจมน้ำหายไป
นายพิสนุห์ แสงเดือน กำนันตำบลไทรน้อย กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ปล่อย 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นจนแตะพื้นบ้านแล้ว ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2564 ที่ปล่อยในอัตรา 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในข้อมูลการระบายน้ำของกรมชลประทาน

สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ระบายน้ำที่ 557 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำเพิ่มเป็น 577 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนพระราม 6 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 5 ซม. และระดับน้ำที่บริเวณสะพานปรีดี-ธำรง อ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้น 7 ซม.



