เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในวันนี้ เขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งด้านพื้นที่ลุ่มต่ำติดกับล่ำน้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อน เร่งระดมกำลังกรอกกระสอบทรายเสริมป้องกันน้ำเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนอาศัย
สำหรับปัจจุบันที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 2,679 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.00 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.47 เมตร ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่87 เซนติเมตร และเขื่อนเจ้าพระยา มีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงส่งผลทำให้ที่สถานี C.3 บ้านบางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 2,415 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ ทางกรมชลประทาน ได้มีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ในอัตรารวมกันอยู่ที่ 411 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายเขื่อน

ขณะที่ทางด้านนายวิชัย ผันประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำของพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาจะเริ่มจาก 4 เขื่อนหลักที่สำคัญ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งในขณะนี้จะเห็นได้ว่า แม้อิทธิพลของพายุบัวลอย จะไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ยังส่งผลทำให้ทางด้านตอนบนของประเทศมีฝนตกหนัก จึงทำให้มวลน้ำดังกล่าวไหลมายังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มในวันข้างหน้าคาดว่าที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีมวลน้ำไหลผ่านประมาณ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสำนักงานชลประทานที่ 12 โดยกรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำ โดยทำการหน่วงน้ำ และทดน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานเพิ่มมากขึ้น นอกนี้แล้วจะทำการทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จากอัตรา 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปจนถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ ฉบับที่ 7 ของกรมชลประทานที่ได้มีการแจ้งเตือนไปแล้ว

ส่วนที่พื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อย่างที่ ตำบลหาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดกับลำน้ำเจ้าพระยา ทางเทศบาลตำบลหาดอาษา ได้ร่วมกับ ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ทหาร จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกองบิน 4 ตาคลี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยนาท รวมไปถึงชาวบ้าน ได้ทำการเร่งกรอกกระสอบทรายเพื่อเสริมเป็นคันกั้นน้ำป้องกันไม่ให้มวลน้ำนั้นไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน หลังจากเขื่อนเจ้าพระยามีการปรับเพิ่มการระบายน้ำ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ยังคงมีความกังวลใจถึงปริมาณน้ำจากอิทธิพลของพายุบัวลอย
ด้าน นางชัณณ์ญาช์ สุภาวิตา นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ต.หาดอาษา เริ่มมีบ้านเรือนของประชาชนที่ติดกับลำน้ำได้รับผลกระทบแล้วบางส่วน ซึ่งขณะนี้ ทางเทศบาลตำบลหาดอาษา รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการกรอกกระสอบทรายเพื่อเสริมเป็นคันกั้นน้ำป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเอ่อเข้าท่วมขยายวงกว้าง สำหรับสถานการณ์น้ำที่เป็นจุดเสี่ยง จะอยู่ที่ บริเวณ ม.3 ต.หาดอาษา ซึ่งขณะนี้ ระดับน้ำสูงเท่าแนวกระสอบทราย กว่า 1.20 เมตร
อย่างไรก็ตามทางกรมชลประทาน ยังขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และ แม่น้ำท่าจีน ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำฝน รวมถึงน้ำท่า จากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะคันดินป้องกันน้ำซึ่งอาจจะรับมวลน้ำไม่ไหว



