เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ Aitoy ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของชายหนุ่มพ่นสีทับงานศิลปะของศิลปินต่างชาติ ที่ได้รับการว่าจ้างจากทางการ ทำให้ถูกมองว่าเป็นการทำลายทรัพย์สิน แม้ชายหนุ่มจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ไม่ควรมีใครใช้มาตรฐานความงามในการลดทอนคุณค่า ดูหมิ่น เหยียดหยาม งานศิลปะของใครที่คุณไม่เห็นด้วยในการกระทำ เพียงเพราะเขาไม่ใช่ศิลปินชื่อดังที่ถูกจ้างมาทำงานอย่างสมเกียรติ
โดยเพจ Aitoy ระบุข้อความว่า “กราฟฟิตี้ชั้นต่ำ” “ศิลปะสถุล” “งานตลาดล่าง” เราเห็นคำเหล่านี้ปลิวผ่านโซเชียลทั้งวัน จากกรณี “บอมบ์” งานศิลปินต่างชาติที่ทางการจ้างมา โดยฝีมือของหนุ่มนักพ่นคนหนึ่ง ที่หลายๆ คนประณามกับการกระทำดังกล่าว เราต้องแยกให้ออกว่าจะพูดเรื่อง “การทำลายทรัพย์สิน” กับ “มาตรฐานความงาม” แปลว่าถ้าคนบอมบ์คือศิลปินรุ่นใหญ่มืออาชีพก็คือไม่ผิดเหรอ ในกรณีนี้ต่อให้ Banksy มาบอมบ์ ก็ไม่ควรยกเว้น ไม่ว่าใครก็ไม่ควรจะมี privilege ทางสุนทรียะเหนือกว่าคนอื่น และในเมื่อสตรีทอาร์ตที่จัดทำโดยราชการแบบบริบทปัจจุบันได้รับอิทธิพลมาจากของตะวันตกที่มีการบอมบ์เป็นวัฒนธรรม งั้นก็แปลว่าหนุ่มคนนั้นมันจะไปพ่นบนงานใครก็ได้นะสิ

“ก็กลับไปที่คำตอบเดิมคือ คุณมองศิลปะเป็นอะไร ถ้าเป็นทรัพย์สิน มันก็เป็นการทำลายทรัพย์สิน ถ้าเป็นสมบัติทางราชการ มันก็ผิดกฎหมาย หนุ่มนั่นมันเป็นแค่ผลผลิตของประเทศที่เพิ่งจะ “เห่อ” สตรีทอาร์ตเคลือบน้ำตาล เห็นเป็นแค่ของตกแต่งเมือง เหมือนที่ฝรั่งเอาเศียรพระไปแต่งบ้าน แน่นอนว่าหนุ่มนั่นต้องโดนจับไปตามระเบียบ แต่ไม่ควรมีใครใช้มาตรฐานความงามในการลดทอนคุณค่า ดูหมิ่น เหยียดหยาม งานศิลปะของใครที่คุณไม่เห็นด้วยในการกระทำ เพียงเพราะเขาไม่ใช่ศิลปินชื่อดังที่ถูกจ้างมาทำงานอย่างสมเกียรติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีชีวิตหรือความผูกพันในพื้นที่อย่างที่สตรีทอาร์ตควรจะเป็น”
อย่างไรก็ตาม “อาจจะเคยได้ยินกันว่า ศิลปะคือการยกระดับรสนิยมและความเป็นมนุษย์ เพ้อเจ้อศิลปะมันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น แต่มันคือการเคลื่อนไหว เปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรม และการเปลี่ยนผ่านต้องใช้การแหกคอก เพื่อนำความคิด และตลอดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ศิลปินผู้แหกคอกหลายคนสอนเราไว้ว่า มนุษย์ทุกคนไม่ได้ดีกว่าคนอื่นเพียงเพราะคุณมีรสนิยมสูงส่ง หรือมาตรฐานความงามที่ดีกว่า”
ขอบคุณข้อมูล : Aitoy



