เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในการมอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา สำนักรักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานยานพาหนะ สำนักการคลังและงบประมาณ 

โดยนายโสภณ กล่าวว่า การเป็นข้าราชการรัฐสภา เกียรติและศักดิ์ศรีไม่ได้แพ้ข้าราชการส่วนอื่น แต่ในมุมมองของตนเอง ข้าราชการรัฐสภาเหมือนหลบอยู่อีกมุมหนึ่ง เหมือนเป็นลูกจ้างพนักงานช่วยเหลือการประชุม แต่ความจริงแล้วข้าราชการรัฐสภามีศักดิ์ศรีไม่แพ้อัยการ ฉะนั้นเราจะมีเกียรติศักดิ์ศรีได้ เราต้องทำตัวเราให้ดี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องดูแลทั้งตัวอาคารรัฐสภา และบุคคลที่เข้ามาใช้พื้นที่ในอาคารรัฐสภา ซึ่งโครงสร้างอาคารรัฐสภาส่วนใดก็แล้วแต่ ที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่เฉพาะที่ประชุมสภา ก็ให้พัฒนาต่อไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

เมื่อประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) นัดแรก ตนได้ตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษาระเบียบข้าราชการรัฐสภาที่ไม่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน และเพื่อให้เราทำงานอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เพื่อการทำงานที่มีความสุข ซึ่งในส่วนของสมาชิกรัฐสภา เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในฐานะประธานรัฐสภา ก็จะพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่ และส่งเสริมคนที่มีความรู้ความสามารถให้เติบโตในหน้าที่ได้

“ข้าราชการตำรวจรัฐสภาต้องทำตัวให้เหมือนตำรวจ ถ้าเราลดเกียรติตัวเองลงเมื่อไหร่ เกียรติเราก็ลดลงไปด้วย ให้ประชาชนเห็นแล้วน่าเชื่อถือ นอกจากนี้เราต้องฝึกอบรมการทำหน้าที่อยู่เสมอ อย่าให้เกิดเหตุวัวหายแล้วล้อมคอก เพราะเราให้ความสำคัญเรื่องรักษาความปลอดภัยในทุกด้าน ต้องพร้อมในทุกสถานการณ์ ขอยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่ผมเคยเจอตั้งแต่เป็น สส. จนถึงทุกวันนี้ เมื่อประธานสภา เชิญ สส. ออกจากห้องประชุม ไม่มีตำรวจสภาคนไหนกล้าอุ้มสมาชิกออกจากห้องประชุมเลยสักครั้ง ดังนั้นตำรวจสภา จึงต้องทำตัวให้น่าเกรงขาม และต้องเป็นสภาตัวอย่าง ไม่ปล่อยปละละเลยในเรื่องของยาเสพติดด้วย” นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภายหลังการมอบนโยบาย มีการตรวจปัสสาวะข้าราชการตำรวจรัฐสภา ซึ่งไม่ได้มาจับผิด หรือทำลาย แต่เพื่อแก้ไขปัญหา และการเชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายนอกมาทำการตรวจสอบ เป็นการยืนยันว่ารัฐสภาทำจริง เพื่อเป็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหายาเสพติด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลตรวจปัสสาวะของตำรวจรัฐสภาและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐสภา พบปัสสาวะเป็นสีม่วง 1 คน โดยนำไปบำบัดตามขั้นตอนต่อไป