เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงวิกฤติและสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่หมู่ที่ 9 ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่ามีบ้านชาวบ้านถูกแรงดันของน้ำทะลักเข้าท่วมภายในบ้านกลางดึก หลังจากมีการทำพนังกันน้ำ

นางสาวสมรักษ์ ศิริพฤกษ์ อายุ 31 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา น้ำได้ทะลักเข้าบ้านอย่างรุนแรง ทำให้ประตูกระจกและหน้าต่างแตกเสียหาย ข้าวของเครื่องใช้ โต๊ะ เก้าอี้ และโซฟา ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ก่อนหน้านี้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากบ้านตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปีที่แล้วแม้จะถูกน้ำท่วม แต่สามารถกั้นกระสอบทรายและสูบน้ำออก จนรอดพ้นความเสียหายใหญ่ได้

แต่ว่าปีนี้ได้ลงทุนซื้อเครื่องสูบน้ำเพิ่มเป็น 3 เครื่อง พร้อมจ้างแรงงานก่อกระสอบทรายสู้กับสถานการณ์นาน 17 วัน คิดเป็นค่าใช้จ่ายวันละ 1,800-2,000 บาท รวมแล้วกว่า 70,000 บาท แต่สุดท้ายเวลาไม่ถึง 5 นาที หลังแนวกั้นทรุดพัง น้ำก็ทะลักเข้าท่วมบ้านเต็มพื้นที่ น้ำแรงมาก กระจกแตกทีละบาน ความเสียหายประเมินค่าไม่ได้

บ้านหลังอื่น ๆ ในละแวกเดียวกัน ก็ถูกน้ำท่วมถึงชั้นสอง บางบ้านต้องยกพื้นขึ้นไปนอน ชาวบ้านลำบากอย่างหนัก วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง อย่ามองว่าชาวอำเภอบางบาล เป็นเพียงพื้นที่รับน้ำที่ต้องยอมเสียสละทุกปี พร้อมระบุว่า เงินเยียวยาที่ภาครัฐช่วยเหลือเพียง 9,000-15,000 บาท ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่ชาวบ้านต้องแบกรับ พวกเราลำบากจริง ๆ อยากให้รัฐหาทางออกที่ยั่งยืนกว่านี้