วันที่ 1 ต.ค. นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลสหรัฐชัตดาวน์ ซึ่งทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลางบางส่วนต้องหยุดให้บริการนั้น ประเมินว่ายังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมาก เช่นเดียวกับตลาดการเงินที่ไม่ได้กระทบมาก เพราะรับรู้กันมามาก และคาดว่าในเรื่องนี้จะเป็นเพียงระยะสั้น ไม่ได้ลากยาวออกไป รวมทั้งผลตอบแทนตลาดพันธบัตรรัฐบาลยังปรับตัวค่อนข้างน้อย

ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลของการที่รัฐบาลสหรัฐชัตดาวน์ คือ อาจเป็นข้ออ้างในการปรับลดแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมาตลาดแรงงานสหรัฐอ่อนแอ สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ยังคงขยายตัวได้ 1.5-1.8% ขณะที่เรื่องรัฐบาลสหรัฐชัตดาวน์ มองว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดในการพิจารณาดอกเบี้ยนโยบาย โดยคาดว่าเฟดจะยังคงลดดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง

นอกจากนี้ประเมินตลาดเงินตลาดทุนในไทย แม้บางส่วนจะสร้างความกังวลให้ตลาดการเงินของไทย ท่ามกลางเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น คนสหรัฐกลับมาถือเงินดอลลาร์ ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ทำให้อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทเกิดความผันผวนได้ในช่วงนี้

ขณะที่ในส่วนการพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายของไทย คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงติดตามในเรื่องนี้ และในวันที่ 8 ต.ค. ประชุม กนง. อาจจะคงดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรอดูความชัดเจนจากสถานการณ์ต่างๆ ที่มีความไม่แน่นอน รวมถึงติดตามรอดูมาตรการของทางรัฐบาลว่าจะมีอะไรออกมาบ้าง และคาดว่าจะกลับมาลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในรอบการประชุมเดือน ธ.ค. นี้

ขณะเดียวกันการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกและราคาทองในไทยปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ แม้ที่ผ่านมาจะมีสาเหตุจากการที่หนี้สหรัฐสูง ทำให้การถือครองพันธบัตรรัฐบาลไม่ได้มีความน่าสนใจ และทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

โดยแนะนักลงทุนระมัดระวังในการลงทุนทอง เพราะอาจเกิดความเสี่ยงในด้านราคาได้ เตือนว่าช่วงนี้ราคาทองอาจจะพุ่งขึ้น แต่อาจเจอความเสี่ยงระหว่างวันที่ทำให้ราคาผันผวนได้สูง ควรใช้เงินเย็นที่สามารถรับความเสี่ยงได้ และควรถือระยะกลางถึงยาว ไม่ควรเก็งกำไรระยะสั้น เพราะหากราคาลงจะทำให้ขาดทุนได้ง่าย