เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานบริหารจัดการขยะในชุมชนเคหะห้วยขวาง บริเวณจุดคัดแยกขยะ แฟลต 1 โดยมี นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขาฯผู้ว่าฯ นายธวัช สินพันธุ์ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ นางปาณิสรา เนตรธารธร ผอ.เขตดินแดง คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตดินแดง การเคหะแห่งชาติ และชาวชุมชนเคหะห้วยขวาง ร่วมลงพื้นที่
ทั้งนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวแฟลตคัดแยกขยะจากภายในห้องพักและนํามาทิ้งด้านล่างบริเวณ “โรงคัดแยกขยะเคหะชุมชนห้วยขวาง” และหากมีห้องไหนที่ไม่สามารถนําลงมาทิ้งได้ จะมีการจัดตั้งถังขยะอินทรีย์ และมีเจ้าหน้าที่ให้บริการยกลง เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชนชาวเคหะชุมชนห้วยขวาง

จากนั้นได้เยี่ยมชม “ธนาคารขยะออมทรัพย์เคหะชุมชนห้วยขวาง” บริเวณแฟลต 2 ชั้น 1 ที่จัดให้มีระบบสมาชิกรับฝาก ซื้อ-ขาย ขยะรีไซเคิล มีการปันผลให้สมาชิกสร้างรายได้ภายในชุมชน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันติดสติ๊กเกอร์ ”บ้านนี้ไม่เทรวม“ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเข้าร่วมโครงการฯ ของชาวชุมชนเคหะห้วยขวาง
ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะอัตราใหม่ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. 2568 ได้เริ่มบังคับใช้ ซึ่งมีการปรับเพิ่มขึ้นโดยถ้าเป็นครัวเรือนทั่วไป เดือนละ 60 บาท แต่ถ้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวมฯ สามารถลดหย่อนเหลือเพียงเดือนละ 20 บาท
โดยมีผู้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติค่อนข้างมาก ซึ่งการเคหะฯก็ได้ร่วมมือกับ กทม. ส่งเสริมให้ลูกบ้านเข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ และเคหะชุมชนห้วยขวางแห่งนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ได้มีความร่วมมือมาตั้งแต่แรกเริ่มจนต่อยอดกลายเป็นโครงการตัวอย่าง ทั้งการใช้ถังแยกประเภทขยะรวมถึงเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการ

ที่ปรึกษผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อไปว่า กทม. เดินหน้ารณรงค์โครงการนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 68 และเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ 1 ส.ค. 68 ณ ตอนนี้มีคนลงทะเบียนแล้วกว่า 700,000 ครัวเรือน โดยเป็นบ้านเดี่ยว กว่า 300,000 ครัวเรือน และแบบกลุ่ม อาทิ คอนโด หมู่บ้าน กว่า 400,000 ครัวเรือน นับว่าประชาชนให้การตอบรับอย่างดี เกินเป้าที่วางไว้กว่าเท่าตัว ปีหน้าตั้งเป้าที่ 30% โดยตอนนี้อยู่ในช่วงการสร้างความเชื่อมั่น ให้ประชาชนเห็นว่าขยะที่แยกมา กทม. ไม่เทรวมอย่างแท้จริง มีการจัดการขยะที่ปลายทางชัดเจน ทั้งขยะเศษอาหาร การนำไปหมักปุ๋ย หรือขยะรีไซเคิล เป็นต้น
“เชื่อว่าเมื่อมีการเข้าร่วมโครงการฯ จะทำให้มีขยะที่ทิ้งให้ กทม. จัดเก็บลดน้อยลง และขยะที่ต้องนำไปฝังกลบซึ่งเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมลดลงเช่นกัน ดีใจที่วันนี้มีการร่วมมือกับการเคหะและหวังว่าจากโครงการนี้ก็จะสามารถต่อยอดไปยังโครงการอื่น ๆ ที่ช่วยลดขยะได้มากขึ้นต่อไป”
ด้าน ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ มีความร่วมมือกับกทม. ลงพื้นที่รณรงค์ ณ การเคหะชุมชนห้วยขวาง โดยเฉพาะโครงการนำร่องที่แฟลตห้วยขวาง 1 ซึ่งเข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะและเชิญชวนให้ลูกบ้านลงทะเบียนเพื่อลดค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะของ กทม. โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัย

โดย กทม. ได้สนับสนุน อาทิ ถังขยะในจุดคัดแยกขยะ กว่า 400 ถัง ให้ชุมชน ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติเตรียมพัฒนาอีก 38 ตึก แฟลตห้วยขวางให้มีจุดคัดแยกขยะ พร้อมเชิญชวนลูกบ้านร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ดี ๆ จาก กทม.
สำหรับชุมชนเคหะห้วยขวาง เป็นอาคารแนวสูงแบบพักอาศัยรวม 5 ชั้น จํานวน 38 อาคารๆ ละ 80 ห้อง แต่ละอาคารมีปล่องทิ้งขยะ ชั้นละ 1 จุด บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง และขยะแต่ละชัั้นจะรวมกันที่จุดพักขยะบริเวณชั้น 1 เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้พักอาศัย มีรอบการเก็บขนมูลฝอย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสํานักงานเขตดินแดง และก่อนการเก็บขนจะมีเจ้าหน้าที่ประจําแฟลตคัดแยกขยะรีไซเคิล และล้างทําความสะอาดจุดทิ้งขยะรวมหลังการเก็บขนทุกครั้ง

ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวม แยกขยะลดค่าธรรมเนียมได้อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 4 ช่องทาง ประกอบด้วย
1.แอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY ดาวน์โหลดและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ทั้งในระบบ IOS และ Android 2. ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ BKK WASTE PAY : bkkwastepay.bangkok.go.th 3. ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ณ สำนักงานเขตในพื้นที่ และ4. เจ้าหน้าที่เก็บค่าธรรมเนียมขยะ (เจ้าหน้าที่ Handheld)
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ (1 ต.ค. 68) นับเป็นวันแรก ที่กทม.จะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะอัตราใหม่ ที่มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมขยะ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 1 บ้านเรือนทั่วไป ที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมขยะ จากเดิมเดือนละ 20 บาท เป็นเดือนละ 60 บาท
กลุ่ม 2 ร้านค้า ผู้ประกอบการ ที่มีปริมาณขยะเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมขยะ จากเดิมหน่วยละ 40 บาท เป็นหน่วยละ 120 บาทต่อเดือน และกลุ่ม 3 อาคารพักอาศัยรวม ผู้ประกอบการ ที่มีปริมาณขยะตั้งแต่ 1 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมขยะ จากเดิมหน่วยละ 2,000 บาท เป็นหน่วยละ 8,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ กทม.ได้รณรงค์และประชาสัมพันธ์เชิงรุกเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม ผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY เพื่อรับสิทธิลดค่าธรรมเนียมขยะเหลือเพียง 20 บาทต่อเดือน สำหรับกลุ่มที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อเดือน และกลุ่มที่มีปริมาณขยะเกินกว่า 20 ลิตรขึ้นไป สามารถลดปริมาณขยะ เพื่อลดค่าธรรมเนียมขยะที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนได้เช่นกัน
สำหรับการส่งภาพหลักฐานการคัดแยกขยะ จำนวน 4 ประเภท เมื่อประชาชนลงทะเบียนและได้รับสิทธิ “แยกขยะ ลดค่าธรรมเนียม” ทางออนไลน์แล้ว ระบบจะมีการแจ้งเตือนให้ส่งหลักฐานการคัดแยกขยะตามรอบระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ส่งหลักฐาน หรือส่งไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง ระบบจะแจ้งเตือนเป็นลำดับขั้น ได้แก่ ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3

โดยหากได้รับการเตือนครั้งที่ 3 สิทธิส่วนลดจะถูกระงับ และต้องกลับไปชำระค่าธรรมเนียมในอัตราปกติเดือนละ 60 บาท เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นจึงจะสามารถยื่นหลักฐานใหม่เพื่อขอรับสิทธิส่วนลดได้อีกครั้ง ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่และได้รับการอนุมัติสิทธิแล้ว กทม.จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการคัดแยกขยะ หากพบว่าไม่ได้คัดแยกตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับการเตือนและถูกระงับสิทธิตามลำดับขั้นเช่นเดียวกันกับผู้ที่ลงทะเบียนออนไลน์ .



