เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณถนนชีท่าขอน เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังพบว่าประชาชนชาวขอนแก่นที่มีรายได้ตั้งแต่ปานกลางลงไป ต่างนิยมเดินทางมาเลือกซื้อทองคำปลอมกันอย่างคึกคัก

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากราคาทองคำในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ราคาทองคำรูปพรรณได้ทะยานสูงเกินบาทละ 60,000 บาทไปแล้ว ปัจจัยด้านราคานี้ ประกอบกับความกังวลด้านความปลอดภัยในการสวมใส่ทองคำแท้ในชีวิตประจำวัน ทำให้กลุ่มคนที่ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงและความแพง จึงเลือกให้ “ทองคำปลอม” เป็นทางออก ส่งผลให้ร้านค้าในพื้นที่ได้รับอานิสงส์ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงนี้

นางสาวนฤมล ใจกล้า อายุ 31 ปี แม่ค้าจำหน่ายทองคำเทียบย่านถนนชีท่าขอน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยอมรับว่ายอดขายสินค้าประเภททองคำเทียบ หรือทองคำปลอม พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่ราคาทองคำแท้แตะระดับบาทละ 60,000 บาท เป็นต้นมา ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลสำคัญ ที่ผู้คนต้องการหาเครื่องประดับมาสวมใส่ ยิ่งทำให้ยอดขายดีเป็นพิเศษ

“ปกติร้านเราก็ขายได้เรื่อยๆ แต่ไม่เคยดีขนาดนี้ค่ะ พอราคาทองจริงสูงขึ้น กลับทำให้ยอดขายเราดีขึ้นและขายได้ทุกวัน ลูกค้ามีหลากหลายมาก ทั้งกลุ่มคนมีรายได้น้อย รายได้ปานกลาง ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย” นางสาวนฤมล กล่าว

เครื่องประดับที่ได้รับความนิยมสูงเป็นพิเศษคือ สร้อยคอ เลสแขน และสร้อยข้อมือ ซึ่งลูกค้าที่มาซื้อทองปลอมใส่ ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล และเหตุผลด้านราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

นางสาวนฤมล กล่าวต่อว่า สำหรับราคาสินค้าเริ่มต้นนั้น ร้านจำหน่ายในราคาที่ 600-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเส้น โดยที่ผ่านมายังมีคู่รักบางคู่มาเลือกซื้อไปใส่คู่กันอีกด้วย

แม้ราคาทองคำแท้จะปรับขึ้นสูงเพียงใด แต่ราคาทองปลอมยังคงขายในราคาเดิม เพราะอยู่ในกลุ่มสินค้าที่แตกต่างกัน และที่ร้านมีการคัดเลือกทองปลอมเกรดดีมาจำหน่าย ยืนยันว่าไม่ลอก ไม่ดำ เหมือนทองปลอมทั่วไป แต่มีข้อจำกัดที่สำคัญคือ “ไม่สามารถนำไปจำนำได้” ซึ่งแม่ค้าเองก็เลือกสวมใส่ทองปลอมจากร้านตนเองเช่นกัน