เมื่อวันที่  2 ต.ค. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” ระบุว่า

หลายคนเวลา “ปวดหลัง” ก็มักจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างนั่งนาน ยกของผิดท่า หรืออายุมากขึ้นแล้วกล้ามเนื้อมันตึง แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ปวดหลังทุกแบบที่จะหายเองเสมอไปครับ บางครั้งมันอาจกำลังซ่อนโรคที่ร้ายแรงอยู่ ถ้าเรามองข้ามหรือปล่อยไว้นานเกินไป อาจทำให้การรักษายากขึ้นหรือเสี่ยงเกิดความเสียหายถาวร วันนี้จะมาแชร์สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามกันครับ

1. ปวดหลังทางระบบประสาท

ถ้าปวดหลังแล้วมีอาการร้าวลงขา ปวดแปลบเหมือนไฟช็อต หรือมีอาการชาช่วงปลายนิ้ว เดินแล้วเท้าสะดุดง่าย อันนี้ไม่ใช่เรื่องกล้ามเนื้อธรรมดาแล้วครับ แต่บ่งบอกว่าเส้นประสาทอาจกำลังถูกกดทับ เช่นจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน การตรวจ MRI จะช่วยให้เห็นปัญหาชัดเจนขึ้น และวางแผนรักษาได้ตรงจุดครับ

2. ปวดหลังเรื้อรังเกิน 6 สัปดาห์

โดยปกติอาการปวดหลังทั่วไปมักจะดีขึ้นเองใน 2–4 สัปดาห์ แต่ถ้ายังปวดต่อเนื่องนานเกิน 6–8 สัปดาห์ ทั้งที่พัก กินยา หรือกายภาพแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ต้องระวังครับ เพราะอาจมีโรคซ่อนอยู่ เช่น กระดูกสันหลังเคลื่อน หรือหมอนรองกระดูกเสื่อมหนัก การตรวจภาพอย่างเอกซเรย์หรือ MRI จะช่วยไม่ให้พลาดโรคร้ายแรงครับ

3. ปวดหลังกับอาการระบบทั่วไป

ถ้าปวดหลังพร้อมกับมีไข้ เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลด หรือเพลียผิดปกติ อันนี้เป็นสัญญาณที่ควรใส่ใจเลยครับ เพราะอาจเป็นการติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง หรือมะเร็งที่ลุกลามมาที่กระดูก การตรวจเจอเร็ว ๆ จะทำให้รักษาได้ผลดีกว่ามากครับ

4. มีประวัติอุบัติเหตุหรือเสี่ยงกระดูกหัก

ถ้าเพิ่งหกล้ม รถชน หรือมีแรงกระแทก แล้วเริ่มปวดหลัง แม้จะไม่ได้เจ็บรุนแรงก็ควรตรวจครับ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่กระดูกพรุน เพราะอาจเกิดกระดูกหักยุบได้ ถ้าไม่ตรวจแล้วปล่อยไว้ อาจทำให้หลังค่อม หรือปวดเรื้อรังในอนาคตครับ

5. กลุ่มที่มีโรคประจำตัวเสี่ยง

ถ้าใครเคยเป็นมะเร็งมาก่อน ติดเชื้อเรื้อรัง ใช้สเตียรอยด์นาน ๆ หรือรู้ตัวว่ามีกระดูกพรุน แม้จะปวดหลังเพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรชะล่าใจครับ เพราะกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะมีโรคร้ายแรงแอบซ่อนอยู่สูง การตรวจภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ไม่พลาดโรคและรักษาได้ทันครับ

ปวดหลังอาจไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไปครับ ถ้าเจอสัญญาณเตือนเหล่านี้ อย่ามัวแต่รอดูอาการ ควรรีบไปหาหมอเพื่อตรวจ การเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ มักรักษาได้ง่ายกว่าและลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาถาวร การดูแลตัวเองใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาวครับ