เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 มิ.ย. 69 พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผกก.สภ.มายอ รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการกองร้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี บริเวณถนนชลประทาน บ้านควนหยี หมู่ 3 ต.ปะโด อ.มายอ จ.ปัตตานี มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นถนนชลประทานภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และตรวจพบหลุมระเบิดริมถนนลึกประมาณ 30 เซนติเมตร พร้อมเศษชิ้นส่วนและสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ล้มอยู่ในจุดเกิดเหตุ

ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 5 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมายอเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย ส.ต.อ.อนุชิต บุญช่วย ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดหลายแห่งตามร่างกาย อาการรู้สึกตัวดี ส.ต.อ.บุญญาวัฒน์ เกื้อเส้ง ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณดวงตา ส.ต.อ.วิสิษฐ์พล ศรีดี มีอาการแน่นหน้าอก ส.ต.อ.อภิสิทธิ์ ชูมี มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ และ ส.ต.อ.สุมิต ยูโซะ มีอาการแน่นหน้าอก

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นาย พร้อมรถหุ้มเกราะและรถจักรยานยนต์ ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจรักษาความปลอดภัยตามปกติ และภายหลังเสร็จสิ้น และกำลังเดินทางกลับฐาน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ลอบวางไว้ริมทาง ส่งผลให้แรงระเบิดถูกเจ้าหน้าที่ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์จนรถล้มได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เจ้าหน้าที่นายอื่นได้หาที่กำบังและยิงปืนตอบโต้เพื่อป้องกันตัว ก่อนเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบกดชนวน น้ำหนัก 5 กิโลกรัม จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งพยานแวดล้อมและลายนิ้วมือแฝงจากชิ้นส่วนระเบิด เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นหน่วยความมั่นคงเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ และคาดว่าอาจเป็นฝีมือของกลุ่มนายดอรอแม็ง วาโด และนายมาหะมะ สะอิ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง ซึ่งเป็นแกนนำปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.มายอ และ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป.