เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร.) กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดกับผู้ขับขี่รถบรรทุกที่ทำหัวนอตสกรู ร่วงหล่นบนถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ขาออก บริเวณ กม.39+500 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 12.50 น. ทำให้ผู้ใช้รถคันอื่นขับเหยียบและยางรั่วจำนวนหลายคัน ซึ่งล่าสุดตำรวจทางหลวงสืบสวนจากกล้องวงจรปิดจนสามารถติดตามตัวผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากวานนี้ (12 มิ.ย.) หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ของผู้ใช้ทางเหยียบหัวนอตสกรู ทำให้ยางรั่วจำนวนหลายคัน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงเพื่อดำเนินการเก็บกวาดออกจากพื้นผิวการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน พร้อมทั้งให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบเหตุในเบื้องต้น

ต่อมามีผู้เสียหายเข้ามาลงบันทึกประจำวัน จำนวน 15 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะต้องสงสัย จึงได้สืบสวนพิสูจน์ทราบ จนทราบว่าผู้ขับขี่คือ นายศิริพร จึงได้ติดตามตัวเข้ามาพบพนักงานสอบสวน

เบื้องต้นรับสารภาพว่า เป็นผู้ขับขี่รถกระบะบรรทุกคันดังกล่าวจริง และบรรทุกสิ่งของเป็นวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างรวมถึงหัวสกรูปลายสว่านยาว 19 มิลลิเมตร จากจังหวัดสมุทรสาครจะนำไปส่งลูกค้าที่จังหวัดระยอง ภายหลังมาทราบว่าได้ทำกล่องบรรจุหัวสกรูปลายสว่านยาว 19 มิลลิเมตร ตกหล่นจากท้ายกระบะบรรทุกที่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ขาออก บริเวณ กม.39+500 จนเป็นเหตุรถยนต์ของผู้อื่นขับมาเหยียบจนได้รับความเสียหายจำนวนหลายราย

พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบและดำเนินการตามกฎหมายข้อหา “เป็นผู้ขับขี่รถบรรทุกสิ่งของ ไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันสิ่งของที่บรรทุกตกหล่น ก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน” ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ส่วนการชดใช้ค่าเสียหาย ได้มีบริษัทประกันภัยเข้ามาร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้ทางคู่กรณีต่อไป

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ขอเตือนผู้ขับขี่ทุกท่านว่า การบรรทุกสิ่งของไม่ใช่แค่การขนให้ถึงปลายทาง แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนด้วย โดยเฉพาะการบรรทุกสิ่งของ ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้สิ่งของตกหล่นหรือปลิว หากฝ่าฝืนบรรทุกสิ่งของโดยไม่มีสิ่งป้องกัน ทำให้ตกหล่น รั่วไหล หรือปลิวไปจากรถ ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก มีโทษตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา โดยตำรวจจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย เพราะความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่อุบัติเหตุและความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

สำหรับประชาชนท่านใดได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์นี้ ขอให้ติดต่อได้ที่สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง หรือสอบถามที่สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 เพื่อจะได้เรียกร้องในส่วนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากความประมาทดังกล่าวต่อไป.