เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. 2 เขตดินแดง  นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุเพลิงไหม้ภายในสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ (ร้านอาหาร/โรงเบียร์) ย่านลาดพร้าว เขตจตุจักร ว่า กทม. ยังคงตั้งจุดประสาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เพราะเชื่อว่ายังมีญาติพี่น้องที่ยังหาญาติไม่พบ ทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ร่างถูกส่งไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ  เพื่อรอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (ดีเอ็นเอ)

สำหรับจุดเกิดเหตุ ไม่ใช่สถานที่บริการ แต่เป็นสถานคล้ายบริการ ซึ่งขออนุญาตเป็นร้านอาหาร พร้อมมีเครื่องดนตรี ถูกต้องตามกฎหมาย  จากการตรวจสอบพบเหตุไฟไหม้เกิดบริเวณหน้าเวที โดยมีเปลวไฟลุกลามเพดานอย่างรวดเร็ว พร้อมกลุ่มควันจำนวนมาก

ทั้งนี้ สถานีดับเพลิงสุทธิสาร ได้รับแจ้งเหตุและไปถึงที่เกิดเหตุ ภายใน 5 นาที พบไฟไหม้ทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นพบผู้หมดสติจำนวนหลายคนบริเวณทางหนีไฟ โดยเฉพาะด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ พบมีบางรายหลงไปห้องน้ำ  ส่วนด้านขวาทางหนีไฟเป็นห้องครัว ทั้ง 2 ทาง มีสิ่งกีดขวางอยู่ ด้านซ้าย  ตั้งโต๊ะขายลูกอมด้านขวา  มีกล่องเครื่องดื่มวางอยู่  อีกทั้งป้ายเตือนทางหนีไฟไม่พบ เพราะอาจถูกเพลิงไหม้ไปแล้ว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า  ในส่วนการตรวจสอบความปลอดภัย เขตจตุจักร เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัย เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทั้งทางหนีไฟ ไฟฉุกเฉิน ป้ายบอกทาง ซึ่งไม่พบปัญหาแต่อย่างใด แต่ระหว่างเปิดร้านอาจมีการนำสิ่งของไปตั้งวาง สาเหตุที่เป็นอุปสรรคในการหนีไฟ คือไฟลามอย่างรวดเร็ว และทางหนีไฟมีสิ่งกีดขวาง

ปัญหาหลักคาดว่าควันไฟจำนวนมาก ที่ทำให้หลายคนหมดสติ จากเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับ กทม. กำหนดมาตรฐานในการตรวจสอบแต่ละรายการ และต้องให้มีการตรวจสอบเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงเปิดร้าน อาจมีสิ่งกีดขวางไปตั้งวาง และคนที่เข้ามาใช้บริการ อาจมีความสนุกสนาน

เรื่องนี้ต้องดูกฎหมายในภาพรวมด้วย กฎหมายสถานบริการมีกำหนดไว้ชัดเจน ทั้งวัสดุที่ใช้ การลามไฟ ปัจจุบันสถานบริการ จำกัดโซนนิ่งอยู่เพียง 3 โซน ได้แก่ พัฒน์พงศ์ อาร์ซีเอ และสีลม จึงต้องหารือร่วมกันในการขยายโซนให้เหมาะสมกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันกฎหมายต้องเข้มข้น เพื่อให้ครอบคลุมสถานคล้ายบริการด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้เคยมีการหารือเรื่องการปรับโซนนิ่งกับทางตำรวจและกระทรวงมหาดไทย ความคืบหน้าเป็นอย่างไร นายชัชชาติ ระบุว่า ยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีข้อมูลเจ้าของร้านดังกล่าว เคยเปิดให้บริการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการปรับปรุงร้าน และเคยเกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ก่อนย้ายมาเปิดในพื้นที่ กทม. นายชัชชาติ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูล จากนี้จะตรวจสอบแม้ว่าปัจจุบันจะทำดี แต่ถ้าที่ผ่านมาทำไม่ถูกกฎหมายก็ไม่ได้  หากมีข้อมูลจะสามารถพิจารณารายละเอียดได้มากด้วย ขณะเดียวกันจะมีการสุ่มตรวจมากขึ้น

ขณะที่นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์  ผอ.เขตจตุจักร เปิดเผยถึงการตรวจสอบใบขออนุญาตสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ (ร้านอาหาร/โรงเบียร์) ของร้านที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ว่า เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในโซนนิ่งสถานบันเทิง ดังนั้น การขอใบอนุญาตจึงเป็นการขอใบอนุญาตสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ โดยพบว่ามีใบอนุญาตจำหน่ายอาหารและสถานที่จำหน่ายอาหาร และใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในประเภทการจัดให้มีการแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง หรือการแสดงอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน จากหน่วยงานส่วนท้องถิ่น  ส่วนใบอนุญาตอื่น ๆ ที่ไม่ได้ขอกับสำนักงานเขต อยู่ระหว่างตรวจสอบ

สำหรับบริเวณที่เกิดเหตุได้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตจตุจักรคอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับญาติของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเข้ามาติดต่อ เบื้องต้นมีการยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ราย 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำนักงานเขตจตุจักร เปิดเผยข้อมูลเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ประสบภัย ดังนี้ 1.กรณีได้รับบาดเจ็บ ผู้ป่วยในนอนโรงพยาบาล ไม่เกิน 4,000 บาท 2.กรณีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ได้นอนโรงพยาบาล ไม่เกิน 2,000 บาท  3.เงินปลอบขวัญผู้บาดเจ็บ 2,300 บาท 4.กรณีเสียชีวิต จะได้รับค่าจัดการศพ 29,700 บาท และหากผู้เสียชีวิต เป็นหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หารายได้หลัก จะได้รับอีกเพิ่มอีก 29,700 บาท.