เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 13 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีลักลอบขนเฮโรอีนไปออสเตรเลีย หรือ คดีแอร์มีนา ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียมีการดำเนินการอย่างเข้มข้น มีการไล่ไปถึงตัวต้นตอที่เราคิดว่าเป็นเจ้าของ และขณะนี้ได้หลบหนีไปต่างประเทศ ถือเป็นขบวนการเครือข่ายยาเสพติด

“ยังไม่ครบทั้งขบวนการ ยังขาดผู้บงการที่อยู่ข้างบน ซึ่งเรายังไม่ละความพยายาม ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังคงทำงานร่วมกันเพื่อเก็บข้อมูล ปรากฏการณ์ของแอร์มีนา แค่เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่ผ่านมามีการดำเนินการจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่สื่อให้ความสำคัญ สังคมจะได้ตระหนักให้ทราบว่า กลางทางหรือผู้หิ้ว เป็นทั้งแอร์โฮสเตส และบุคคลทั่วไป รวมถึงนักศึกษายังหลงผิดเข้าไปอยู่ขบวนการรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศจำนวนมาก มีทั้งรู้และไม่รู้ว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติด แต่นั่นหมายความว่าท่านกำลังทำผิดกฎหมายอยู่

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด แต่การหิ้วสินค้าไปต่างประเทศผิด พ.ร.บ.ศุลกากรอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาเราก็ละเลย ไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงเป็นที่มาและช่องทางให้ขบวนการนำส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ ใช้โอกาสนี้ในการจ้างคนเหล่านี้มาทำงาน อยากฝากเตือนผู้ที่ยังรับหิ้ว แม้ไม่ใช่ยาเสพติดแต่มีฐานความผิดเรื่องหลบเลี่ยงศุลกากร ซึ่งมีโทษสูงจำคุกไม่เกิน 10 ปี มีการเปรียบเทียบปรับตามมูลค่าของสินค้าด้วย 

เมื่อถามว่า ตัวการใหญ่ที่ระบุว่าหนีไปต่างประเทศแล้วหรือยัง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ขณะนี้หนีไปต่างประเทศแล้ว แต่ขบวนการเครือข่ายบางส่วนยังอยู่ในประเทศไทย เป็นในลักษณะองค์กรอาชญากรรมที่เป็นองค์กรใหญ่ ที่จริงเราทราบมานานแล้ว แต่เราไม่ได้ให้ข่าวเพราะกลัวเขาจะหลบหนี แต่วันนี้ทุกคนทราบหมดแล้ว ถือเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะมีผลทำให้แอร์มีนาได้รับผลประโยชน์ในทางคดีที่ออสเตรเลียหรือไม่ อย่างเช่น โทษน้อยลง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องนี้แยกคนละส่วนกันระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ซึ่งทางออสเตรเลียมีมาตรฐานในการดำเนินคดีของเขา เขาฟังพยานหลักฐานทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเราได้ข้อมูล จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม ได้คนนำส่ง จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันกับทางออสเตรเลียเพื่อให้พิจารณาเพิ่มเติม 

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ทาง ป.ป.ส. และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้เร่งรัด คดีแอร์มีนา รู้ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว ส่วนมาตรการของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ได้มีการแก้ไขในเรื่องของเครื่องมือ เพิ่มเครื่องมือการตรวจสอบ กรณีที่นักบินและลูกเรือจะเดินทางไปต่างประเทศ ในส่วนนี้มีสุนัข K9 เพิ่มด้วย และมีระเบียบว่าห้ามลูกเรือมีอาชีพเสริมในการหิ้วของไปต่างประเทศ และจะมีการสุ่มตรวจกระเป๋าเป็นระยะ รวมถึงติดตามเพจต่างๆ ที่รับจ้างหิ้วของว่า มีลูกเรือของบริษัทการบินใดบ้าง ตรงนี้จะเป็นมาตรการควบคู่กันไป  

เมื่อถามย้ำว่า ภายในสนามบินจะมีการตรวจเข้มขึ้นไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือลูกเรือ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องมีมาตรการ โดยมีสุนัข K9 เพิ่มเติมขึ้นมาด้วย ซึ่งต้องมีการกำชับให้เข้มงวดขึ้น ตนดูแล้วว่าเรื่องนักท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ เพราะเขามีมาตรการอยู่แล้ว แต่อาจจะมีในส่วนของลูกเรือ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการอะลุ้มอล่วยเพราะต้องไปเซตระบบเรื่องของการบิน จึงอาจมีผลกระทบของลูกเรือมากกว่า