นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด( ปณท) เปิดเผยว่า หลังจาก ปณท ได้ สนับสนุน การดำเนินโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ โดยนำศักยภาพโครงข่ายไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” เพื่อกระจายสินค้าอุปโภคและบริโภคราคาประหยัด ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการระยะแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 69 จนถึงปัจจุบัน พบว่าสินค้าขายดีผ่านไปรษณีย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำมันปาล์มตราดอกไม้ ขนาด 1 ลิตร ปลากระป๋อง ซูเปอร์ซีเชฟ ข้าวไก่แจ้ปทุม มาม่าบิ๊กแพครสต้มยำกุ้ง และหอยลายกระป๋องตราปุ้มปุ้ย

ขณะที่โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ เอสเอ็มอี ไทย” บนแพลตฟอร์ม ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท ซึ่งดำเนิน พบว่าสินค้าในกลุ่มอาหาร ของฝาก และสินค้าเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมสูงสุด โดยร้านค้าที่มียอดจำหน่ายโดดเด่น ได้แก่ วีทีแหนมเนือง ศิริราชบำรุงเวช ข้าวหอมมะลิ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สุรินทร์ จำกัด ป้าแป๊ดปลาสลิดหอมบางบ่อ และไข่เค็มไชยา อสม. โดยยังพบว่าจากการเปิดให้ผู้ประกอบการเข้ามาขายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มไทยแลนด์โพสต์มาร์ท มีผู้เข้าชมเพื่อเข้ามาเลือกซื้อสินค้าในเดือน มิ.ย เพิ่มขึ้นจากปกติ กว่า 10 เท่า
นายดนันท์ กล่าวต่อว่า ปณท ได้เข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติหน้าที่ 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การเป็นจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ณ ไปรษณีย์ 818 แห่งทั่วประเทศ และการเป็นศูนย์กระจายสินค้าเพื่อส่งมอบสินค้าให้แก่ รถพุ่มพวง ที่เข้าร่วมโครงการพร้อมวางระบบบริหารสต็อกสินค้าเพื่อให้สามารถส่งถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยโครงการนี้ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าไทย วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

“ ไปรษณีย์ไทยจะยังคงดำเนินโครงการไทยช่วยไทย อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยอาศัยจุดแข็งด้านเครือข่ายโลจิสติกส์และช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ในการเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไปรษณีย์ไทยยังคงวางระบบการดำเนินงานตั้งแต่การบริหารสต็อกสินค้า การคาดการณ์ความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ การเปิดระบบสั่งซื้อสินค้าแบบพรี ออเดอร์ ตลอดจนการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างที่ทำการไปรษณีย์ รถพุ่มพวง และจุดกระจายสินค้าในชุมชน เพื่อลดปัญหาสินค้าขาดหรือกระจายไม่ทั่วถึงด้วย”



