สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า รัฐบาลวอชิงตันพุ่งเป้าไปยังบริษัท 21 แห่ง และบุคคล 17 ราย ที่เป็นภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญต่อทหารสหรัฐในตะวันออกกลาง รวมถึงเรือพาณิชย์ของสหรัฐที่แล่นผ่านน่านน้ำสากล และพลเรือน
“ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังยูเอ็นตัดสินใจเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดต่อโครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และอาวุธอื่น ๆ ของรัฐบาลเตหะรานอีกครั้ง” รัฐบาลวอชิงตัน ระบุเสริม
NEW – US sanctions Iranian 'weapons networks' after UN reimposes restrictionshttps://t.co/v3AcsBkeuH
— Insider Paper (@TheInsiderPaper) October 1, 2025
ทั้งนี้ รัฐบาลของทรัมป์ดำเนินการคว่ำบาตรเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มาตรการคว่ำบาตรที่เรียกว่า “สแนปแบค” (snapback) ได้รับการสรุปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเตหะราน เกี่ยวกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน
ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า เครือข่ายที่ตกเป็นเป้าหมายอยู่ในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงอิหร่าน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง จีน และเยอรมนี
“ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ เราจะปฏิเสธอาวุธที่อิหร่านจะใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อันเลวร้าย” นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์.
เครดิตภาพ : AFP



