เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุม สมช. ว่า การประชุมวันนี้เรื่องสำคัญ คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยได้เห็นชอบหลักการต่อเนื่องจากมติการประชุมที่ สมช.เดิม ทั้งมาตรการด้านทหาร การเปิดจุดผ่านแดน การควบคุมสินค้าต่างๆ รวมถึงด้านการศึกษา ที่จะพยายามสร้างเอกภาพให้มากขึ้น ส่วนด้านการต่างประเทศ ยังคงใช้การทูตเชิงรุก ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้ดำเนินการตามแนวทาง

เลขาฯ สมช. กล่าวว่า ส่วนที่มีการพิจารณาเพิ่มเติม คือ มาตรการเยียวยาที่จะให้ครอบคลุม “ผู้เสียชีวิตทางอ้อม” ที่อาจเกิดจากความเครียด กดดัน และนำไปสู่การฆ่าตัวตายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปนิยามความหมาย เพื่อดูแลกลุ่มเหล่านี้ รวมทั้งมอบให้กระทรวงมหาดไทย ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม กว่า 2,000 ครัวเรือน

นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบ ร่างนโยบายการบริหารสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วง 3 ปีตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นนโยบายที่จะดูเรื่องความมั่นคงที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยจะแปลเป็น 5 ภาษาเพื่อสื่อสารไปทั่วโลกว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี รวมถึงด้านการพัฒนาความมั่นคง และการพูดคุย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในนโยบายที่ทำต่อเนื่อง โดยขั้นตอนต่อไปจะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ และกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายพิเศษ ซึ่งต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วย

เลขาฯ สมช. ระบุว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ คือ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาฯ สมช. ซึ่งมีประสบการณ์เรื่องการแก้ปัญหาความมั่นคงอยู่แล้ว หลังจากนี้จะมีการตั้งทีมงาน เพื่อดำเนินงานต่อไป 

เมื่อถามว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาตั้งประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) คนใหม่หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า  ยังไม่มีวาระเรื่องนี้ในที่ประชุม