เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ในฐานะคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายอัครา พรหมเผ่า) นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวง พม. นายศราวุธ ไทยบัณฑิตย์ รองอธิบดี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พ.ต.ต.สิริวิชญ์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคดีค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายณัฐนันท์ โพธิ์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.กิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 (DSI) พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ DSI เจ้าหน้าที่ พม. และฝ่ายปกครอง อ.บางละมุง จ.
บุกเข้าทำการช่วยเหลือกลุ่มเยาวชน มีทั้งเด็กชายและเด็กหญิง อายุต่ำกว่า 15 ปี ถูกพาตัวไปค้ากามให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านโค้งดงตาล ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งห่างจากที่ทำการสถานีตำรวจสาขาย่อย ของ สภ.เมืองพัทยา ไม่ถึง 100 เมตร
จากการเข้าช่วยเหลือในเบื้องต้น พบว่า สถานโรงแรมดังกล่าว เป็นอาคารพาณิชย์ถูกสร้างดัดแปลงเป็นห้องพักให้เช่า แบบ รายวัน-รายเดือน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอทำการตรวจสอบ ก่อนจะเข้าไปช่วยเหลือ เด็กชาย (ยังไม่ยืนยันสัญชาติ ) อายุ 15 ปี , เด็กชาย ชาวไทย อายุ 15 ปี และ หญิงสาว ชาวไทย 1 คน อายุประมาณ 17 ปี ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบอายุที่แท้จริง ซึ่งทั้ง 3 คน ถูกนักท่องเที่ยวซื้อขายบริการทางเพศอยู่ภายในห้องพัก ก่อนจะสามารถช่วยเหลือได้สำเร็จ
ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถควบคุม พ่อเล้าชาวต่างชาติ 1 คน คือ และ แม่เล้า ชาวไทย 1 คน ทั้ง 2 คนถูกจับกุมได้ ไม่ไกลจากโรงแรมที่มีการค้าเวณีเด็ก โดยทั้ง พ่อเล้าและแม่เล้า ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI รวบรวมพยานและหลักฐานก่อนขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับ ในคดีธุระจัดหา ค้าประเวณี และ พรากผู้เยาเด็กอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ก่อนจะควบคุมตัวมาสอบสวน ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 2 พัทยา
นอกจากนี้ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวพ่อเล้า ชาวเนเธอแลนด์ เจ้าตัวขออนุญาตใช้โทรศัพท์มือถือ โทรไปหาบุคคลสนิท โดยอ้างว่าเป็นนายตำรวจในพื้นที่ โดยระบุชื่อว่า Nom แต่ปรากฏว่าระหว่างที่ติดต่อไปปลายสายกลับปฏิเสธว่าไม่ใช่ชื่อนี้ และบอกว่าตัวเองชื่อ “บัง”
นอกจากนี้ยังพบประวัติผู้ต้องหา ชาวเนเธอแลนด์ เคยถูกตำรวจไทยจับกุมเรื่องคดีค้ามนุษย์ เมื่อช่วงปลายปี 59 แต่หลักฐานไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ แต่ก็ถูกทางการไทยผลักดันออกนอกประเทศไป จนกระทั่งในช่วงประมาณ 2560 พบว่ามีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ และแอบลักลอบเข้าประเทศไทย บริเวณช่องชายแดนธรรมชาติ ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว จากนั้นก็กลับเข้ามาลักลอบทำธุรกิจค้ามนุษย์ในพื้นที่เมืองพัทยา ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ วางแผนจับกุมได้ในครั้งนี้
นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า ในการช่วยเหลือและเข้าจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากได้รับการประสานจาก มูลนิธิ เดสทินี่ เรสคิว (Destiny Rescue) โครงการ ซายเอนเทียร์ (SCIENTIA) มูลนิธิฟรีอะเกิร์ล (Free a Girl) จากประเทศเนเธอร์แลนด์ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ว่ามี ชาวเนเธอร์แลนด์ร่วมกับหญิงชาวไทย มีพฤติการณ์ในการจัดหานำเข้าชายและเด็กชายไทย อายุต่ำกว่า 18 ปี มาเสนอขายบริการทางเพศให้แก่บุคคลชาวต่างชาติ ในพื้นที่หาดจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี อันถือเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตลอดจนกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย
ซึ่งจากการเข้าจับกุมในครั้งนี้รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการค้าประเวณี ห่างจากโรงพักย่อย สภ.เมืองพัทยา ไม่ถึง 100 เมตร ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการพูดคุย เพื่อหามาตรการป้องกันอย่างจริงจัง พร้อมทั้งฝากเตือนไปยังกลุ่มที่ลักลอบกระทำผิด เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ต่อไปจะมีมาตรการเด็ดขาด หากถูกจับกุมในคดีนี้ จะต้องถูกมาตรการยึดทรัพย์และฟอกเงินตามด้วย อีกทั้งฝากไปถึง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตรวจสอบ ผู้ประกอบการโรงแรม ที่ลักลอบกระทำความผิด ตาม พรบ.โรงแรม และเข้มงวดกวดขันอย่างจริงจังจริง ยกตัวอย่างในคดีนี้ ผู้ก่อตั้งการโรงแรมถือว่ามีมีความผิด ในการปล่อยปละละเลยให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าไปใช้บริการ.



