เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางกรมชลประทานได้มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาจากอัตราเดิม 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มาเป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 2,770 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.36 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.70 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่ 64 เซนติเมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงส่งผลทำให้ ที่สถานี C.3 บ้านบางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,474 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะที่ทางด้านพื้นที่ลุ่มต่ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มวลน้ำจากแม่น้ำเริ่มไหล่เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนบ้างแล้วบางส่วน หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยามีการปรับเพิ่มการระบายน้ำ ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในจุดเสี่ยงได้ทำการขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง และได้นำสิ่งของบางอย่างขึ้นไปไว้ยังเพิ่งพักชั่วคราวริมถนนสายคันคลองมหาราช และเร่งซ่อมแซมเรือเพื่อไว้ใช้สัญจรหากเกิดน้ำท่วม

โดย นางประเสริฐ พลอยพลาย ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ปัจจุบันมวลน้ำจากแม่น้ำเริ่มไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และนำรถไปจอดไว้ที่เพิงพักชั่วคราวริมถนนสายคันคลองมหาราช ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ยังรู้สึกกังวลใจนอนไม่หลับ เพราะระแวงกลัวน้ำจะทะลักแนวป้องกันน้ำท่วมเข้าท่วมบ้าน ซึ่งหากเขื่อนเจ้าพระยามีการปรับเพิ่มการระบายน้ำ ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตนเองก็จะอพยพขึ้นไปอยู่ยังเพิงพักชั่วคราวที่สร้างเอาไว้ เพราะเกรงว่าน้ำจะท่วมสูง



